นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับเงา พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับเงา พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่ง มีสุนัขตัวหนึ่งซึ่งมีนิสัยขี้ขโมยและตะกละตะกลาม วันหนึ่งมันได้ไปสร้างความวุ่นวายในตลาดและได้นำพาบทเรียนครั้งสำคัญมาสู่ชีวิตของมัน

เนื้อเรื่อง

สุนัขตัวนี้ได้วิ่งเข้าไปในตลาดและได้ขโมยเนื้อชิ้นใหญ่มาจากแผงขายเนื้อของชาวบ้าน จากนั้นมันก็รีบวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็วโดยมีเนื้อชิ้นใหญ่อยู่ในปาก มันวิ่งมาจนถึงสะพานไม้ที่ทอดข้ามลำธารใสแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงกลางสะพาน มันได้ชะโงกหน้ามองลงไปในน้ำเบื้องล่าง และก็ได้เห็นภาพของสุนัขอีกตัวหนึ่งที่กำลังคาบเนื้อชิ้นใหญ่กว่าของมันอยู่ในน้ำ

ด้วยความโลภและความคิดที่ว่า “ทำไมสุนัขตัวนั้นถึงมีเนื้อชิ้นใหญ่กว่าข้า” มันจึงเกิดความคิดที่จะแย่งเนื้อชิ้นที่ใหญ่กว่านั้นมาเป็นของตนเอง มันจึงอ้าปากออกกว้างเพื่อที่จะเห่าขู่สุนัขตัวที่อยู่ในน้ำ แต่ทันทีที่มันอ้าปาก เนื้อชิ้นใหญ่ที่มันคาบอยู่ก็หลุดออกจากปากและตกลงไปในลำธาร จมหายไปกับสายน้ำในทันที

เมื่อเนื้อตกลงไปในน้ำแล้ว ภาพของสุนัขและเนื้อชิ้นใหญ่นั้นก็หายไปด้วย กว่าที่สุนัขจอมโลภจะรู้ตัวว่าภาพที่มันเห็นนั้นเป็นเพียงเงาของตัวมันเองในน้ำก็สายเกินไปเสียแล้ว มันได้แต่ยืนมองดูเนื้อของมันลอยหายไปต่อหน้าต่อตาด้วยความเสียดายและหิวโหย

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง หมากับเงา นี้สอนให้รู้ว่า “โลภมาก ลาภหาย” การที่ไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่และอยากได้ของของผู้อื่นจนเกินพอดี สุดท้ายแล้วอาจทำให้ต้องสูญเสียแม้กระทั่งสิ่งที่ตนเองมีอยู่ไป