“ลานุ่งหนังราชสีห์” เป็นอีกหนึ่ง นิทานอีสป ที่แฝงไปด้วยข้อคิดเรื่องการรู้จักตนเองและการไม่หลอกลวงผู้อื่น เรื่องราวเกิดขึ้น ณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ที่มีลาตัวหนึ่งซึ่งมีนิสัยชอบเล่นสนุกและโอ้อวด วันหนึ่งมันได้เดินไปพบกับหนังสิงโตผืนใหญ่ที่นายพรานล่ามาได้และนำมาตากแดดทิ้งไว้ ด้วยความคิดที่คึกคะนอง มันจึงเกิดความคิดสนุกๆ ที่จะนำหนังสิงโตนี้มาใช้เพื่อแกล้งสัตว์ตัวอื่นๆ
เนื้อเรื่อง
ลาได้ขโมยหนังสิงโตผืนนั้นมาแล้วนำมาคลุมตัวของมันจนมิดชิด จากนั้นมันก็มุ่งหน้าตรงไปยังทุ่งหญ้าที่ฝูงแกะกำลังเล็มหญ้าอยู่อย่างสงบสุข เมื่อฝูงแกะได้เห็นสิ่งที่พวกมันคิดว่าเป็นสิงโตเจ้าป่ากำลังเดินเข้ามาใกล้ ด้วยความตกใจกลัวสุดขีด พวกมันจึงพากันวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง เมื่อลาเห็นภาพนั้นก็รู้สึกขบขันและพอใจในแผนการของตนเป็นอย่างมาก
จากนั้น ด้วยความย่ามใจ ลาจึงได้ใช้กลอุบายเดิมเดินเข้าไปยังฝูงวัวที่กำลังกินหญ้าอยู่ เมื่อฝูงวัวเห็นมันก็เกิดความแตกตื่นและพากันวิ่งหนีอย่างอลหม่านไม่ต่างจากฝูงแกะเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหลอกสัตว์ในทุ่งหญ้าได้สำเร็จ ลาก็เกิดความฮึกเหิมและคิดการใหญ่ มันจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในหมู่บ้านโดยหวังว่าจะทำให้ผู้คนแตกตื่นตกใจกลัวได้เช่นกัน มันพยายามเดินอย่างสง่างามและเปล่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยเสียงที่มันคิดว่าน่าเกรงขามที่สุด แต่ทว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นกลับไม่ใช่เสียงคำรามของสิงโต แต่เป็นเสียงร้องของลาที่ดังออกมา
ผู้คนในหมู่บ้านเมื่อได้ยินเสียงและสังเกตเห็นหูที่ยาวผิดปกติของมันโผล่ออกมาจากหนังสิงโต ก็รู้ได้ในทันทีว่าสัตว์ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นไม่ใช่สิงโตเจ้าป่าตัวจริง ชายคนหนึ่งจึงได้เดินเข้าไปแล้วกล่าวกับมันว่า “ถึงแม้เจ้าจะพยายามซ่อนตัวตนอยู่ภายใต้หนังของท่านเจ้าป่า แต่หูของเจ้าที่โผล่ออกมาและเสียงร้องของเจ้าก็ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้า ว่าแท้จริงแล้วเจ้าก็เป็นแค่เพียงลาโง่ตัวหนึ่งเท่านั้น”
คติสอนใจ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “เราไม่สามารถปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตนเองได้ตลอดไป การกระทำหรือคำพูดบางอย่างจะเปิดเผยธาตุแท้ของเราออกมาในที่สุด” ข้อคิดนี้มีความคล้ายคลึงกับเรื่องราวของ เด็กเลี้ยงแกะ ที่สอนให้รู้ว่าการโกหกซ้ำๆ จะทำให้ไม่มีใครเชื่อถือเราอีกต่อไป
นอกจากนี้ ความฮึกเหิมและโอ้อวดของลาที่นำไปสู่ความผิดพลาด ก็เป็นบทเรียนที่คล้ายกับเจ้ากระต่ายในนิทานเรื่อง กระต่ายกับเต่า ที่พ่ายแพ้เพราะความประมาทของตนเอง การสอนให้ลูกภูมิใจในตัวเองและไม่หลอกลวงผู้อื่นนั้น เป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของ การเลี้ยงลูกยุคใหม่ เพื่อให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ


