ในป่าลึกอันอุดมสมบูรณ์ มีหมีตัวหนึ่งที่กำลังหิวโซเดินโซเซไปมาเพื่อหาอาหาร มันเดินหาอยู่นานแต่ก็ยังไม่พบสิ่งใดที่พอจะประทังความหิวได้ จนกระทั่งโชคชะตาได้นำพามันไปพบกับรังผึ้งขนาดใหญ่
เนื้อเรื่อง
เมื่อหมีได้เห็นรังผึ้งขนาดใหญ่ที่ห้อยอยู่บนกิ่งไม้ มันก็ดีใจเป็นอย่างมากและไม่รอช้า รีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้แล้วดึงรังผึ้งนั้นลงมา จากนั้นมันก็เริ่มดูดกินน้ำผึ้งหวานฉ่ำที่อยู่ข้างในอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจเลยว่านั่นคือบ้านและแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตอื่น
การกระทำของหมีได้สร้างความโกรธแค้นให้กับฝูงผึ้งที่อาศัยอยู่ในรังเป็นอย่างมาก พวกมันจึงได้พากันบินออกมาจากรังแล้วเข้ารุมต่อยหมีผู้บุกรุกทันที แต่ทว่าเหล็กในอันแหลมคมของพวกมันกลับไม่สามารถทำอันตรายใดๆ กับหมีได้เลย เนื่องจากขนของหมีนั้นทั้งหนาและฟูจนเป็นเกราะป้องกันชั้นดี
เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผล ฝูงผึ้งจึงได้บินกลับมารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือถึงวิธีที่จะเอาชนะหมีให้ได้ และแล้วผึ้งตัวหนึ่งก็ได้เสนอความคิดอันชาญฉลาดขึ้นมา โดยมันได้แนะนำให้เพื่อนๆ ทั้งหมดรวมพลังกันโจมตีไปที่จุดอ่อนเพียงจุดเดียวของหมี นั่นก็คือใบหน้าของมันที่ไม่มีขนหนาปกคลุม
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ฝูงผึ้งทั้งหมดจึงได้รวมพลังกันอีกครั้ง บินพุ่งตรงเข้าไปรุมต่อยที่บริเวณใบหน้าของหมีอย่างพร้อมเพรียงกัน คราวนี้เหล็กในของพวกมันสามารถเจาะทะลุผิวหนังของหมีได้ ทำให้หมีร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส มันไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดนั้นได้อีกต่อไป จึงได้รีบวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายเข้าไปในป่าลึกในที่สุด
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง หมีกับผึ้ง นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าแต่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ในที่สุดแล้วก็อาจจะพ่ายแพ้ได้ด้วยพลังของความสามัคคีและสติปัญญา”


