นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับกระดิ่ง พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับกระดิ่ง พร้อมข้อคิดสอนใจ

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีสุนัขเกเรตัวหนึ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนอยู่เสมอ มันชอบแอบย่องเข้าไปกัดชาวบ้านโดยไม่มีเหตุผล ทำให้ทุกคนต่างพากันหวาดกลัวและเอือมระอาในพฤติกรรมของมัน

เนื้อเรื่อง

ในที่สุด เจ้านายของสุนัขเกเรตัวนี้ก็ได้คิดหาวิธีที่จะเตือนภัยผู้คนจากอันตรายของมัน เขาจึงได้นำกระดิ่งอันเล็กๆ มาผูกไว้ที่คอของมัน เพื่อที่ว่าเวลาที่มันเดินไปไหนมาไหน เสียงกระดิ่งจะได้ดังขึ้นและเตือนให้ผู้คนรู้ตัวล่วงหน้า

แต่แทนที่สุนัขจะรู้สึกละอายใจในการกระทำของตนเอง มันกลับเข้าใจผิดและคิดไปว่ากระดิ่งที่คอของมันนั้นคือเครื่องประดับอันทรงเกียรติที่เจ้านายมอบให้เป็นรางวัลในความเก่งกาจของมัน

มันจึงได้วิ่งไปทั่วทั้งตลาดและจงใจสั่นกระดิ่งให้เกิดเสียงดังเพื่อโอ้อวดให้สุนัขตัวอื่นๆ ได้เห็นและอิจฉาในความโดดเด่นของมัน

ในขณะที่มันกำลังวิ่งอวดกระดิ่งอย่างภาคภูมิใจอยู่นั้นเอง ก็ได้มีสุนัขชราผู้มีประสบการณ์ตัวหนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วพูดตักเตือนมันว่า

“เจ้าจะวิ่งสั่นกระดิ่งอวดไปทั่วเพื่ออะไรกัน?” สุนัขชรากล่าว “เสียงกระดิ่งที่คอของเจ้านั้นไม่ได้เป็นเครื่องหมายของเกียรติยศหรือความดีเด่นอะไรหรอกนะ แต่มันคือสัญลักษณ์ของความเลวร้ายและความเกเรของเจ้าต่างหากที่เจ้านายประกาศให้ทุกคนได้รู้”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับกระดิ่ง นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่โง่เขลามักจะหลงภูมิใจในชื่อเสียงที่ไม่ดีของตนเอง โดยเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือการเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงในทางที่ดี”

พุทธภาษิต

“อสนฺโต ตตฺถ พหุกา” (อะสันโต ตัตถะ พะหุกา) คำแปล: ในที่นั้นๆ คนชั่วมีมากกว่าคนดี