ในค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง หมาป่าผอมโซตัวหนึ่งกำลังออกเดินหาอาหารด้วยความหิวโหย มันเดินโซซัดโซเซมาจนถึงชายป่าและได้พบกับสุนัขบ้านตัวหนึ่งที่มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์และมีขนเป็นมันเงางาม ซึ่งแตกต่างจากตัวมันอย่างสิ้นเชิง
เนื้อเรื่อง
หมาป่าเมื่อเห็นสุนัขบ้านก็รู้สึกอิจฉาในความสมบูรณ์ของมัน แต่ในขณะเดียวกันก็คิดที่จะจับมันกินเป็นอาหาร อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบขนาดและพละกำลังแล้ว มันรู้ดีว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะสุนัขบ้านที่ดูแข็งแรงตัวนี้ได้ มันจึงได้เดินเข้าไปทักทายอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีสหาย” หมาป่าเอ่ยขึ้น “ท่านช่างดูแข็งแรงและอิ่มหนำสำราญเสียจริง ท่านทำอย่างไรถึงได้มีชีวิตที่ดีเช่นนี้ ในขณะที่ข้าผู้แข็งแกร่งกว่ากลับต้องทนหิวโซอยู่ทุกวัน”
สุนัขบ้านตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า “ก็ไม่ยากเลย หากท่านอยากมีชีวิตที่ดีเหมือนข้า ท่านก็เพียงแค่ต้องทำงานรับใช้เจ้านายของข้าเท่านั้น”
“แล้วข้าต้องทำอะไรบ้างล่ะ?” หมาป่าถามด้วยความสนใจ
“ก็ไม่มีอะไรมาก” สุนัขบ้านตอบ “ก็แค่คอยเห่าไล่โจรในตอนกลางคืนและคอยเอาใจเจ้านายในตอนกลางวัน เพียงเท่านี้ท่านก็จะได้กินอาหารดีๆ และมีที่นอนอุ่นๆ เหมือนข้าแล้ว”
หมาป่ารู้สึกพอใจกับข้อเสนอนี้เป็นอย่างยิ่งและตัดสินใจที่จะไปอยู่กับสุนัขบ้าน แต่ขณะที่กำลังจะเดินจากไปนั้น สายตาของมันก็ได้เหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นที่บริเวณคอของสุนัขบ้าน มันจึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “สหาย รอยที่คอของท่านคือรอยอะไรหรือ?”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก” สุนัขบ้านตอบอย่างไม่ใส่ใจ “มันเป็นเพียงรอยของปลอกคอที่เจ้านายใช้ล่ามข้าไว้ในตอนกลางวันเท่านั้นเอง”
เมื่อได้ยินดังนั้น หมาป่าก็ถึงกับชะงักและถอยหลังไปหลายก้าว “อะไรนะ! ท่านหมายความว่าท่านไม่มีอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?”
“ก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น” สุนัขบ้านตอบ “แต่บางครั้งก็เป็นเช่นนั้น”
“ถ้าเช่นนั้นก็ลาก่อนเถิดสหาย” หมาป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “ข้ายอมอดตายอย่างอิสระ ดีกว่าที่จะต้องมีชีวิตที่อิ่มหนำสำราญแต่ปราศจากอิสรภาพ” พูดจบมันก็หันหลังและวิ่งกลับเข้าป่าไปในทันที
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง หมาป่ากับสุนัขบ้าน นี้สอนให้รู้ว่า “อิสรภาพและเสรีภาพนั้นมีค่ายิ่งกว่าความสุขสบายทางกายหรือความมั่งคั่งใดๆ”


