นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายกับหนู พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายกับหนู พร้อมข้อคิดสอนใจ

ในทุ่งหญ้าอันแห้งแล้ง มีกระต่ายหนุ่มผอมโซตัวหนึ่งกำลังออกหาอาหารด้วยความหิวโหย มันเดินโซซัดโซเซไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้พบกับยุ้งฉางขนาดใหญ่ของชาวไร่ ด้วยความหวังที่จะได้พบกับอาหารอันโอชะ มันจึงรีบวิ่งเข้าไปสำรวจรอบๆ ยุ้งฉางนั้นทันที

เนื้อเรื่อง

หลังจากที่เดินสำรวจอยู่สักพัก กระต่ายก็ได้พบกับรูเล็กๆ รูหนึ่งที่ผนังของยุ้งฉางซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่ตัวของมันจะลอดเข้าไปได้ เมื่อมันมุดเข้าไปข้างใน มันก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เพราะในยุ้งฉางนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดข้าวโพดสีเหลืองอร่ามกองเป็นภูเขาเลากา “โอ้! สวรรค์ทรงโปรด! นี่คือขุมทรัพย์ที่พระเจ้าประทานให้ข้าชัดๆ” กระต่ายร้องออกมาด้วยความดีใจ

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กระต่ายก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ภายในยุ้งฉาง มันกินแล้วก็นอน กินแล้วก็นอน โดยไม่ต้องออกไปหาอาหารให้เหนื่อยยากอีกต่อไป วันเวลาผ่านไป ร่างกายที่เคยผอมโซของมันก็ค่อยๆ อ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ จนมันแทบจะจำตัวเองไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่กระต่ายกำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น มันก็ได้ยินเสียงชาวไร่คุยกันว่าจะนำข้าวโพดทั้งหมดในยุ้งฉางไปขายในวันพรุ่งนี้ กระต่ายเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจตื่นและรีบหาทางหนีออกจากยุ้งฉางในทันที มันวิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อหาทางออก แต่ก็ไม่พบทางออกอื่นใดเลยนอกจากรูเล็กๆ รูเดิมที่มันเคยเข้ามา

ขณะที่กระต่ายกำลังร้อนรนอยู่นั้นเอง หนูตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในยุ้งฉางแห่งนั้นมาโดยตลอดและเฝ้าดูพฤติกรรมของกระต่ายมาทุกวันก็ได้หัวเราะขึ้นแล้วพูดว่า “เจ้ากระต่ายโง่! รูเล็กๆ ที่เจ้าเห็นนั่นแหละคือทางเข้าออกทางเดียวของที่นี่ แต่ตอนนี้ตัวของเจ้าอ้วนเกินกว่าที่จะลอดออกไปได้แล้วล่ะ”

กระต่ายเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ่งร้อนใจและพยายามที่จะมุดตัวออกจากรูนั้นให้ได้ แต่มันก็ทำไม่สำเร็จ หนูจึงพูดเยาะเย้ยต่อไปว่า “ทางเดียวที่เจ้าจะออกไปได้ก็คือต้องรอให้ตัวของเจ้ากลับมาผอมเหมือนเดิม แต่ข้าว่ากว่าจะถึงวันนั้น เจ้าก็คงจะถูกชาวไร่จับไปทำเป็นอาหารเสียก่อนแล้วล่ะ”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายกับหนู นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่หลงมัวเมาในความสุขสบายและความเพลิดเพลินจนลืมตัว มักจะต้องพบกับความเดือดร้อนและหายนะในภายหลัง”