กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สิงโตเจ้าป่าผู้แก่ชราและอ่อนแอลงจนไม่สามารถออกล่าเหยื่อได้เหมือนเคย ได้ร่วมมือกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เพื่อวางแผนหาอาหาร ด้วยพละกำลังที่เหลืออยู่ของสิงโตและสติปัญญาอันฉลาดแกมโกงของสุนัขจิ้งจอก ทั้งสองจึงกลายเป็นคู่หูนักล่าที่น่ากลัว
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่ง สิงโตได้พูดกับสุนัขจิ้งจอกว่า “ข้าหิวเหลือเกิน เจ้าจงใช้ปัญญาของเจ้าไปหลอกล่อกวางอ้วนตัวนั้นมาให้ข้าทีเถิด”
สุนัขจิ้งจอกจึงได้รับคำสั่งและเดินตรงไปยังกวางที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ มันทักทายกวางอย่างเป็นมิตรแล้วพูดขึ้นว่า “สหายกวางเอ๋ย ข้ามีข่าวดีมาบอกท่าน บัดนี้สิงโตเจ้าป่าผู้เป็นราชาของเรากำลังป่วยหนักใกล้จะสิ้นใจแล้ว และก่อนตายท่านได้ปรึกษากับสัตว์ทั้งปวงว่าควรจะตั้งใครเป็นราชาองค์ต่อไป”
สุนัขจิ้งจอกพูดต่อ “หมูป่าก็โง่เขลา, หมีก็เกียจคร้าน, เสือดาวก็ใจร้อน สัตว์ทั้งหลายต่างลงความเห็นว่าไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับท่านอีกแล้ว ด้วยรูปร่างที่สง่างามและมีเขาอันน่าเกรงขาม ท่านจงรีบไปเข้าเฝ้าสิงโตเถิด เขาจะได้สละราชบัลลังก์ให้ท่าน”
กวางเมื่อได้ฟังคำเยินยอก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มและหลงเชื่ออย่างสนิทใจ มันเดินตามสุนัขจิ้งจอกไปยังถ้ำของสิงโตด้วยความลิงโลด แต่ทันทีที่มันก้าวเข้าไปในถ้ำ สิงโตก็ได้กระโจนเข้าตะครุบและฉีกร่างของกวางออกเป็นชิ้นๆ
แต่ด้วยความหิวโซ สิงโตจึงเกิดความกระหายน้ำขึ้นมาอย่างรุนแรง จึงได้บอกให้สุนัขจิ้งจอกเฝ้าซากกวางไว้ก่อน ส่วนตนจะออกไปดื่มน้ำที่ลำธาร เมื่อสิงโตจากไป สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ก็ได้แอบขโมย “สมอง” ของกวางมากินจนหมดสิ้น
เมื่อสิงโตดื่มน้ำเสร็จและกลับมาที่ถ้ำ ก็พบว่าสมองของกวางได้หายไป จึงได้ตวาดถามสุนัขจิ้งจอกด้วยความโกรธ
สุนัขจิ้งจอกจึงแสร้งทำเป็นผู้รู้แล้วตอบกลับไปว่า “ข้าแต่ท่านเจ้าป่า! ท่านจะหาสมองในตัวกวางตัวนี้ได้อย่างไรกัน? หากมันมีสมองอยู่กับตัว มันคงไม่โง่เขลาเดินเข้ามาในถ้ำของท่านเพื่อให้ท่านจับกินอย่างง่ายดายเช่นนี้หรอก”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง สิงโต, สุนัขจิ้งจอก และกวาง นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่หลงใหลในคำเยินยอและตำแหน่งจอมปลอมโดยขาดการไตร่ตรอง ย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ฉลาดแกมโกงได้โดยง่าย”
พุทธภาษิต
“นตฺถิ ปญฺญา อฌายิโน” (นัตถิ ปัญญา อะฌายิโน) คำแปล: ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจพิเคราะห์


