นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับชิ้นเนื้อ พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับชิ้นเนื้อ พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสุนัขตัวหนึ่งกำลังเดินอย่างมีความสุขหลังจากที่เพิ่งได้ขโมยเนื้อชิ้นใหญ่มาจากร้านขายเนื้อในตลาด มันคาบเนื้อชิ้นนั้นไว้ในปากอย่างแน่นหนาและรีบมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อที่จะได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะนี้แต่เพียงผู้เดียว

เนื้อเรื่อง

ระหว่างทางกลับบ้าน สุนัขจำเป็นที่จะต้องเดินข้ามสะพานไม้เล็กๆ ที่ทอดข้ามลำธารใสสะอาดสายหนึ่ง ขณะที่มันกำลังเดินอยู่บนสะพานนั้นเอง มันก็ได้ก้มหน้ามองลงไปในน้ำเบื้องล่าง และก็ได้เห็น “สุนัขอีกตัวหนึ่ง” กำลังคาบเนื้อชิ้นที่ดูใหญ่กว่าของมันอยู่ในน้ำ

ด้วยความโลภและความเข้าใจผิดที่คิดว่านั่นคือสุนัขอีกตัวจริงๆ (โดยหารู้ไม่ว่ามันคือเงาสะท้อนของตัวมันเอง) มันจึงอยากที่จะได้เนื้อชิ้นที่ดูใหญ่กว่านั้นมาครอบครองด้วย

“ข้าจะต้องแย่งเนื้อชิ้นนั้นมาให้ได้!” สุนัขคิดในใจ “ข้าจะได้มีเนื้อกินถึงสองชิ้นเลย!”

เมื่อคิดได้ดังนั้น มันจึงอ้าปากออกเพื่อที่จะเห่าข่มขู่สุนัขในน้ำให้ปล่อยชิ้นเนื้อนั้นเสีย แต่ทันทีที่มันอ้าปาก เหยื่ออันโอชะซึ่งก็คือเนื้อชิ้นใหญ่ที่มันคาบอยู่ก็ได้พลัดตกลงไปในลำธารและจมหายไปในทันที

สุดท้าย สุนัขผู้โง่เขลาและละโมบก็ไม่เหลืออะไรเลย มันไม่เพียงแต่จะไม่ได้เนื้อชิ้นที่ใหญ่กว่าในเงา แต่ยังต้องสูญเสียเนื้อชิ้นเดียวที่ตนเองมีอยู่ไปด้วย

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับชิ้นเนื้อ นี้สอนให้รู้ว่า “ความโลภที่อยากได้ในสิ่งที่ยังไม่มี อาจทำให้เราต้องสูญเสียแม้กระทั่งสิ่งที่เรามีอยู่แล้วไปในที่สุด หรือที่เรียกกันว่า ‘โลภมากลาภหาย’”

พุทธภาษิต

“โลโภ ธมฺมานํ ปริปนฺโถ” (โลโภ ธัมมานัง ปะริปันโถ) คำแปล: ความโลภเป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย