ณ ริมบึงอันสงบสุขแห่งหนึ่ง มีเต่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันใช้ชีวิตไปวันๆ ด้วยการคลานต้วมเตี้ยมอยู่บนพื้นดินและในน้ำอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่มันแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นฝูงนกโบยบินอย่างอิสระ มันก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาและเบื่อหน่ายในชีวิตที่แสนจะธรรมดาของตนเองไม่ได้
เนื้อเรื่อง
ความปรารถนาที่จะได้โบยบินเหมือนนกนั้นรุนแรงขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งเต่าได้พบกับนกอินทรีผู้สง่างามตัวหนึ่งกำลังบินร่อนลงมาพักที่ริมบึง เต่าจึงได้รวบรวมความกล้าแล้วเข้าไปอ้อนวอนต่อนกอินทรีว่า “ท่านนกอินทรีผู้ยิ่งใหญ่ ข้าเบื่อหน่ายกับการที่ต้องคลานอยู่บนพื้นดินเต็มทีแล้ว ข้าอยากจะบินได้เหมือนท่าน ท่านพอจะช่วยสอนให้ข้าบินได้หรือไม่?”
นกอินทรีเมื่อได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบกลับไปว่า “เจ้าเต่าเอ๋ย เจ้าจะบินได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าไม่มีปีกเหมือนข้า ธรรมชาติสร้างให้เจ้ามาเพื่อคลานอยู่บนดินและว่ายน้ำ ไม่ใช่เพื่อโบยบินบนท้องฟ้า”
แต่เต่าก็ยังไม่ยอมแพ้ มันยังคงรบเร้าและอ้อนวอนให้นกอินทรีช่วยพามันบินขึ้นไปบนท้องฟ้าให้ได้สักครั้งในชีวิต นกอินทรีเมื่อทนคำรบเร้าไม่ไหวจึงใจอ่อนและยอมทำตามคำขอ มันใช้กรงเล็บอันแข็งแกร่งของมันจับกระดองของเต่าแล้วบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เต่ารู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นโลกจากมุมสูง มันคิดว่าตัวเองสามารถบินได้แล้วจริงๆ จึงได้ร้องบอกให้นกอินทรีปล่อยมันเพื่อที่มันจะได้ลองบินด้วยตนเอง นกอินทรีพยายามที่จะเตือนสติเต่าแล้วว่ามันบินไม่ได้ แต่เต่าก็ยังคงดื้อรั้นและยืนยันที่จะบินเองให้ได้
เมื่อนกอินทรีเห็นว่าเต่าไม่ยอมฟังคำเตือนของตน มันจึงตัดสินใจปล่อยเต่าตามที่ขอ และในทันทีที่ถูกปล่อย ร่างของเต่าก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วและกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างแรงจนกระดองแตกละเอียดและเสียชีวิตในที่สุด
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับเต่า นี้สอนให้รู้ว่า “ความทะเยอทะยานที่เกินตัวและไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและหายนะมาสู่ตนเองในที่สุด”


