นิทานอีสป เรื่อง กบเลือกนาย

นิทานอีสป เรื่อง กบเลือกนาย พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หนองน้ำอันกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ มีฝูงกบฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างอิสระเสรีและมีความสุข พวกมันใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่มีใครมาเป็นหัวหน้าคอยปกครองดูแล แต่แล้ววันหนึ่ง พวกกบก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เรียบง่ายและไร้ซึ่งความตื่นเต้น พวกมันต้องการที่จะมีพระราชามาปกครองเหมือนกับสัตว์อื่นๆ

เนื้อเรื่อง

ด้วยความต้องการที่จะมีพระราชา พวกกบจึงได้พากันไปสวดอ้อนวอนต่อองค์เทวดาบนสวรรค์เพื่อขอให้ส่งพระราชามาปกครองพวกตน เทวดาเมื่อได้ยินคำร้องขออันแปลกประหลาดของฝูงกบก็รู้สึกขบขัน แต่ก็อยากจะสั่งสอนบทเรียนให้กับพวกกบผู้โง่เขลา จึงได้โยนท่อนซุงขนาดใหญ่ท่อนหนึ่งลงมาจากสวรรค์

เมื่อท่อนซุงตกลงมาในหนองน้ำ ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและเกิดเป็นคลื่นน้ำขนาดใหญ่ ทำให้ฝูงกบต่างพากันตกใจและหวาดกลัว พวกมันคิดว่านี่คือพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่เทวดาส่งมาให้ จึงพากันกราบไหว้และเคารพบูชาท่อนซุงนั้นเป็นอย่างดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกกบก็เริ่มสังเกตเห็นว่าพระราชาท่อนซุงนั้นเอาแต่นอนลอยน้ำนิ่งๆ ไม่เคยขยับไปไหนหรือทำอะไรเลย พวกมันจึงเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายและหมดความเคารพยำเกรง บางตัวถึงกับกระโดดขึ้นไปนั่งเล่นบนท่อนซุงอย่างไม่เกรงกลัว

ฝูงกบจึงได้พากันไปร้องขอต่อเทวดาอีกครั้ง “ท่านเทวดาเจ้าข้า พระราชาที่ท่านส่งมานั้นช่างอ่อนแอและไม่เอาไหนเสียเลย พวกข้าต้องการพระราชาองค์ใหม่ที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามกว่านี้”

เทวดาเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกโกรธในความไม่รู้จักพอของฝูงกบ แต่ก็ตัดสินใจที่จะให้บทเรียนที่สาสมกับพวกมัน คราวนี้เทวดาจึงได้ส่งนกกระสาตัวใหญ่ตัวหนึ่งลงมาเป็นพระราชาองค์ใหม่

ทันทีที่นกกระสามาถึง มันก็เริ่มทำหน้าที่ของพระราชาในแบบของมัน นั่นก็คือการไล่จับกบกินเป็นอาหารในทุกๆ วัน ฝูงกบต่างพากันหวาดกลัวและหนีตายกันอย่างอลหม่าน พวกมันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและไม่มีความสุขอีกต่อไป ในที่สุดพวกมันจึงได้ตัดสินใจไปร้องขอต่อเทวดาเป็นครั้งที่สาม

แต่คราวนี้เทวดากลับปฏิเสธคำขอของพวกมันและได้กล่าวสั่งสอนว่า “ในเมื่อพวกเจ้าไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ และเรียกร้องในสิ่งที่ไม่จำเป็นเอง ก็จงยอมรับในชะตากรรมที่พวกเจ้าเป็นผู้เลือกเองเถิด”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง กบเลือกนาย นี้สอนให้รู้ว่า “ความต้องการที่ไม่รู้จักพอและไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและหายนะในภายหลัง”