กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสุนัขตัวหนึ่งซึ่งโปรดปรานการกินไข่เป็นชีวิตจิตใจ ทุกครั้งที่มันเห็นไข่ มันจะรีบกลืนลงท้องไปทั้งฟองในคำเดียวโดยไม่เคี้ยวเลยแม้แต่น้อย
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่ง มันได้ไปเดินเล่นที่ริมชายทะเล และในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศอยู่นั้น สายตาของมันก็พลันไปเห็นหอยนางรมตัวหนึ่งนอนอ้าฝารับแสงแดดอยู่บนพื้นทราย ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูกลมมนและมีสีขาวนวล มันจึงดูคล้ายกับไข่ไก่ที่มันชอบกินไม่มีผิดเพี้ยน
ด้วยความคุ้นชินและความตะกละที่เข้าครอบงำ สุนัขไม่ได้หยุดคิดหรือพิจารณาให้ดีเลยแม้แต่น้อย มันจึงกลืนหอยนางรมตัวนั้นเข้าไปทั้งเปลือกในคำเดียว
แต่แทบจะในทันที มันก็ต้องนอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพราะเปลือกหอยที่แข็งและคมได้บาดกระเพาะของมัน มันนอนครวญครางอยู่บนพื้นทรายและรำพึงกับตนเองว่า
“โธ่เอ๋ย! ข้าช่างโง่เขลาเสียจริง สมควรแล้วที่จะต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้ เพราะความใจเร็วด่วนได้ของข้าแท้ๆ ที่คิดว่าของทุกอย่างที่ดูกลมๆ ขาวๆ จะต้องเป็นไข่ไก่เสมอไป”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง สุนัขกับเปลือกหอย นี้สอนให้รู้ว่า “จงอย่าด่วนตัดสินใจทำสิ่งใดลงไปเพียงเพราะความคุ้นเคยหรือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกัน ควรใช้เวลาพิจารณาไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน”
พุทธภาษิต
“นิสมฺม กรณํ เสยฺโย” (นิสัมมะ กะระณัง เสยโย) คำแปล: คิดให้รอบคอบก่อนแล้วจึงทำ ดีกว่า


