นิทานอีสป เรื่อง หมาล่าเนื้อกับหมาบ้าน พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง หมาล่าเนื้อกับหมาบ้าน พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มันมีร่างกายที่ปราดเปรียวและแข็งแรงจากการออกล่าสัตว์กับนายพรานเป็นประจำ วันหนึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจ มันได้เดินผ่านมาพบกับสุนัขบ้านตัวหนึ่งซึ่งมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ กำลังนอนเล่นอย่างเกียจคร้านอยู่หน้าบ้าน

เนื้อเรื่อง

สุนัขบ้านเมื่อเห็นสุนัขล่าเนื้อที่มีร่างกายผอมเพรียวและมีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ จากการทำงาน ก็เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความดูแคลนว่า

“สหายเอ๋ย ดูท่านสิ ผอมโซและมีแต่บาดแผลเต็มตัว ช่างน่าสงสารเสียจริงที่ต้องออกไปทำงานเสี่ยงอันตรายทุกวัน มาดูชีวิตข้าสิ วันๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่คอยกระดิกหางเอาใจเจ้านาย ข้าก็ได้กินอาหารดีๆ และมีที่นอนนุ่มๆ แล้ว”

สุนัขล่าเนื้อเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ในขณะนั้นเอง เจ้านายของสุนัขบ้านก็ได้เดินออกมาจากในบ้าน สุนัขบ้านเมื่อเห็นเจ้านายของตนก็รีบวิ่งเข้าไปคลอเคลียและประจบสอพลอในทันที เจ้านายจึงได้ลูบหัวมันเบาๆ แล้วโยนเศษเนื้อชิ้นใหญ่ให้เป็นรางวัล

สุนัขล่าเนื้อเมื่อได้เห็นภาพทั้งหมด ก็ได้เข้าใจในทันที มันจึงได้พูดกับสุนัขบ้านว่า

“ข้าเข้าใจแล้ว… อาหารของท่านต้องแลกมาด้วยการประจบสอพลอและละทิ้งศักดิ์ศรี แต่สำหรับข้าแล้ว อาหารที่หามาได้ด้วยลำแข้งของตนเอง แม้จะยากลำบาก แต่มันย่อมมีรสชาติที่น่าภาคภูมิใจกว่าเป็นไหนๆ”

พูดจบ สุนัขล่าเนื้อก็เดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้สุนัขบ้านได้แต่ยืนมองตามด้วยความไม่เข้าใจ

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง หมาล่าเนื้อกับหมาบ้าน นี้สอนให้รู้ว่า “การมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีด้วยการทำงานที่สุจริตและพึ่งพาตนเอง แม้จะลำบาก แต่ก็ย่อมดีกว่าการมีชีวิตที่สุขสบายแต่ต้องคอยประจบสอพลอและไร้ซึ่งเกียรติ”

พุทธภาษิต

“อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ” (อะละโส คิหิ กามะโภคี นะ สาธุ) คำแปล: ผู้ที่เกียจคร้านและมัวเมาในความสุขสบาย ย่อมไม่นับว่าเป็นคนดี