นิทานอีสป เรื่อง สุนัขจิ้งจอกในดงหนาม พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขจิ้งจอกในดงหนาม พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ริมรั้วไม้เก่าๆ ด้วยความคึกคะนอง มันจึงได้พยายามที่จะกระโดดข้ามรั้วนั้นไป แต่ก็เกิดก้าวพลาดและเสียหลักกำลังจะตกลงมา

เนื้อเรื่อง

ในขณะที่ร่างของมันกำลังจะร่วงหล่นลงมานั้นเอง เพื่อที่จะหาที่ยึดเกาะและช่วยชีวิตตนเองไว้ สุนัขจิ้งจอกจึงได้คว้าเอาพุ่มหนามที่ขึ้นอยู่ข้างๆ รั้วนั้นไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว

แม้ว่าพุ่มหนามจะช่วยให้มันไม่ตกลงไปกระแทกพื้นอย่างแรงได้สำเร็จ แต่หนามอันแหลมคมของมันก็ได้เกี่ยวเอาอุ้งเท้าและลำตัวของสุนัขจิ้งจอกจนเป็นแผลเหวอะหวะและเลือดไหลซิบๆ

ด้วยความเจ็บปวดและโมโห สุนัขจิ้งจอกจึงได้หันไปต่อว่าพุ่มหนามว่า “ข้าอุตส่าห์ขอความช่วยเหลือจากเจ้า แต่เจ้ากลับทำร้ายข้าจนได้เลือดเช่นนี้!”

พุ่มหนามเมื่อได้ฟังดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า

“ท่านเข้าใจผิดแล้วเพื่อนเอ๋ย” พุ่มหนามกล่าว “ท่านพลาดเองที่มาคว้าตัวข้าไว้เป็นที่ยึดเกาะ ธรรมชาติของข้านั้นเกิดมาเพื่อที่จะยึดเกาะผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อให้ผู้อื่นมายึดเกาะ”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขจิ้งจอกในดงหนาม นี้สอนให้รู้ว่า “จงอย่าคาดหวังความช่วยเหลือจากผู้ที่มีนิสัยชอบเบียดเบียนหรือเอาเปรียบผู้อื่นเป็นพื้นฐาน เพราะสุดท้ายแล้วเราก็อาจจะถูกทำร้ายเสียเอง”

พุทธภาษิต

“นตฺถิ พาเล สหายตา” (นัตถิ พาเล สะหายะตา) คำแปล: ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล