ณ หมู่บ้านอันสงบสุขแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมทุ่งนากว้างใหญ่ มีฝูงนกนานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ในบรรดานกเหล่านั้น มีนกนางแอ่นผู้ชาญฉลาดและมองการณ์ไกลอยู่ตัวหนึ่ง มันมักจะคอยสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวและคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เสมอ
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่ง ขณะที่นกนางแอ่นกำลังบินเล่นอยู่นั้น มันก็ได้เห็นชาวบ้านกำลังนำเมล็ดพันธุ์บางอย่างมาหว่านลงในทุ่งนา ด้วยความสงสัยมันจึงบินเข้าไปดูใกล้ๆ และก็พบว่านั่นคือ “เมล็ดป่าน” นกนางแอ่นรู้ดีว่าหากเมล็ดป่านนี้เติบโตขึ้น มันจะกลายเป็นภัยร้ายต่อพวกนกในอนาคต มันจึงรีบบินกลับไปเตือนเพื่อนๆ นกในฝูง
“เพื่อนๆ ทุกตัว! รีบไปช่วยกันจิกกินเมล็ดป่านที่ชาวบ้านเพิ่งหว่านให้หมดเร็วเข้า! ก่อนที่มันจะงอกงามกลายเป็นต้นไม้ แล้วพวกเราจะเดือดร้อนกัน” นกนางแอ่นร้องเตือนด้วยความหวังดี
แต่ทว่า ไม่มีนกตัวใดสนใจในคำเตือนของมันเลย พวกมันต่างพากันหัวเราะและพูดว่า “เจ้าจะกังวลไปทำไมกัน ยังมีอาหารอีกตั้งมากมายให้เรากิน”
เวลาผ่านไปไม่นาน เมล็ดป่านก็เริ่มงอกงามกลายเป็นต้นอ่อน นกนางแอ่นเมื่อเห็นดังนั้นก็ยิ่งร้อนใจ มันรีบบินไปเตือนเพื่อนๆ อีกครั้ง “ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะเพื่อนๆ! รีบไปช่วยกันจิกกินต้นอ่อนพวกนี้เสียเถิด ก่อนที่มันจะเติบโตแข็งแรงจนชาวบ้านนำไปทำเป็นเชือกและตาข่ายดักจับพวกเรา!”
แต่ครั้งนี้ พวกนกกลับแสดงความรำคาญและขับไล่นกนางแอ่น “ถ้าเจ้ารู้สึกกลัวมากนัก ก็ไปอยู่ที่อื่นเลยไป! อย่ามาสร้างความรำคาญให้พวกเราเลย”
นกนางแอ่นรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำให้เพื่อนๆ เชื่อได้ มันจึงตัดสินใจบินจากไปหาที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัยกว่า ไม่นานนัก ต้นป่านก็เติบโตเต็มที่ ชาวบ้านจึงได้เก็บเกี่ยวและนำเส้นใยของมันมาถักทอเป็นตาข่ายและบ่วงดักนก แล้วนำไปวางไว้ทั่วทุ่งนา
ในที่สุด วันที่นกนางแอ่นหวาดกลัวก็มาถึง เหล่านกที่ไม่เคยเชื่อในคำเตือนต่างพากันบินไปติดตาข่ายของชาวบ้านจนดิ้นไม่หลุด นกตัวหนึ่งที่กำลังจะสิ้นใจได้รำพึงขึ้นมาด้วยความเสียใจว่า “โอ้… ถ้าเพียงแต่พวกเราเชื่อฟังคำเตือนของนกนางแอ่นในวันนั้น พวกเราก็คงไม่ต้องมาพบกับชะตากรรมที่น่าเศร้าเช่นนี้”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นกนางแอ่นเตือนภัย นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกล ย่อมรู้จักป้องกันภัยล่วงหน้า ไม่รอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยคิดแก้ไข ซึ่งมักจะสายเกินไปเสมอ”


