นิทานอีสป เรื่อง นกเค้าแมวผู้รอบรู้ พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง นกเค้าแมวผู้รอบรู้ พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่อันกว้างไพศาล มีนกเค้าแมวเฒ่าผู้หนึ่งซึ่งเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและประสบการณ์ มันเฝ้ามองดูความเป็นไปของโลกมาอย่างยาวนานและสามารถคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ มันจึงมักจะคอยให้คำแนะนำและตักเตือนเหล่านกอื่นๆ อยู่เสมอ

เนื้อเรื่อง

วันหนึ่ง นกเค้าแมวเฒ่าได้เห็นมนุษย์กำลังหว่านเมล็ดป่านลงบนพื้นดิน ด้วยสายตาอันยาวไกล มันรู้ได้ในทันทีว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะเติบโตขึ้นและกลายเป็นภัยร้ายต่อเผ่าพันธุ์นกในอนาคต มันจึงรีบบินไปเตือนเหล่านกน้อยใหญ่ว่า

“สหายทั้งหลาย! พวกท่านจงรีบไปช่วยกันจิกกินเมล็ดป่านที่มนุษย์เพิ่งหว่านทิ้งไว้ให้หมดสิ้นเสียเถิด! เพราะหากปล่อยให้มันเติบโตขึ้นมาได้ เส้นใยของมันจะถูกนำไปถักทอเป็นตาข่ายและบ่วงแร้วเพื่อดักจับพวกเราในที่สุด”

แต่เหล่านกผู้โง่เขลากลับหัวเราะเยาะในคำเตือนของนกเค้าแมวและไม่ได้ใส่ใจที่จะทำตามเลยแม้แต่น้อย

เวลาผ่านไปไม่นาน เมล็ดป่านก็ได้งอกงามขึ้นมาเป็นต้นอ่อน นกเค้าแมวเฒ่าจึงได้บินไปเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า “ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะเพื่อนๆ! รีบไปช่วยกันจิกกินต้นอ่อนพวกนี้เสียเถิด ก่อนที่มันจะเติบโตแข็งแรงจนเกินไป” แต่ก็เช่นเคยที่ไม่มีนกตัวใดสนใจในคำเตือนของมันเลย

จนกระทั่งในที่สุด ต้นป่านก็ได้เติบโตเต็มที่และมนุษย์ก็ได้เก็บเกี่ยวเส้นใยของมันไปถักทอเป็นตาข่ายและบ่วงแร้วตามที่นกเค้าแมวได้คาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน และในไม่ช้า เหล่านกผู้ไม่เคยเชื่อในคำเตือนก็ต่างพากันบินไปติดตาข่ายของนายพรานจนหมดสิ้น

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง นกเค้าแมวผู้รอบรู้ นี้สอนให้รู้ว่า “ควรรับฟังคำตักเตือนของผู้มีประสบการณ์และมองการณ์ไกล เพราะการมองเห็นภัยที่กำลังจะมาถึงล่วงหน้าและรู้จักป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการรอให้ภัยนั้นมาถึงตัวแล้วจึงค่อยคิดแก้ไข ซึ่งมักจะสายเกินไปเสมอ”

พุทธภาษิต

“โยคา เว ชายเต ภูริ” (โยคา เว ชายะเต ภูริ) คำแปล: ปัญญาย่อมเกิดจากการประกอบความเพียร (การพิจารณาไตร่ตรอง)