นิทานอีสป เรื่อง นักดาราศาสตร์ พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง นักดาราศาสตร์ พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีนักดาราศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องอาศัยอยู่ เขามีความรู้ความสามารถในเรื่องของดวงดาวและจักรวาลเป็นอย่างยิ่ง ในทุกค่ำคืน เขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินเตร่ไปตามท้องทุ่งนอกหมู่บ้านเพื่อแหงนหน้ามองดูดวงดาวบนท้องฟ้า

เนื้อเรื่อง

นักดาราศาสตร์ผู้นี้มีความหลงใหลในดวงดาวเป็นอย่างมาก ขณะที่เขาเดินนั้น ดวงตาของเขาจะจับจ้องอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราวอยู่เสมอ จิตใจและความคิดทั้งหมดของเขาก็มุ่งความสนใจไปที่การโคจรของดวงดาว การเคลื่อนที่ของหมู่ดาว และความลี้ลับของจักรวาล โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างหรือแม้แต่ทางเดินที่อยู่แทบเท้าของตนเองเลยแม้แต่น้อย

และแล้วในคืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังเดินแหงนหน้ามองดาวเคราะห์ดวงหนึ่งอย่างใจจดใจจ่ออยู่นั้นเอง เขาก็ได้ก้าวพลาดและตกลงไปในบ่อน้ำลึกที่อยู่ข้างทาง เขาพยายามที่จะปีนขึ้นมาแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงได้แต่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความตกใจ

ชาวบ้านคนหนึ่งที่เดินผ่านมาได้ยินเสียงร้องของเขา จึงได้เข้ามาช่วยเหลือและนำตัวเขาขึ้นมาจากบ่อน้ำได้สำเร็จ เมื่อช่วยขึ้นมาได้แล้ว ชาวบ้านคนนั้นก็ได้พูดกับนักดาราศาสตร์ด้วยความหวังดีว่า

“ท่านผู้ทรงความรู้ ท่านมัวแต่จ้องมองสิ่งที่อยู่ไกลตัวบนท้องฟ้า จนไม่ทันได้มองเห็นอันตรายที่อยู่บนพื้นดินแทบเท้าของท่านเอง แล้วท่านจะคาดหวังให้เข้าใจในความลี้ลับของจักรวาลได้อย่างไร ในเมื่อท่านยังไม่สามารถดูแลความปลอดภัยของตนเองในเรื่องง่ายๆ ที่อยู่ตรงหน้าได้เลย”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง นักดาราศาสตร์ นี้สอนให้รู้ว่า “ควรใส่ใจและจัดการกับเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่อยู่ตรงหน้าให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะไปคาดหวังหรือคิดการใหญ่ในเรื่องที่ยังอยู่ห่างไกลตัว”