ณ ชายหาดอันกว้างใหญ่ที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลสีครามใส มีครอบครัวปูครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ใต้โขดหิน ในทุกๆ วัน แม่ปูจะพาลูกๆ ของตนเองออกไปเดินหาอาหารกินตามชายหาด เพื่อให้ลูกๆ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่งขณะที่แม่ปูกำลังพาลูกๆ เดินหาอาหารอยู่นั้น เธอก็ได้สังเกตเห็นว่าลูกๆ ของเธอแต่ละตัวต่างก็เดินเฉไปเฉมาไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเอาเสียเลย ด้วยความเป็นห่วงและอยากให้ลูกๆ เป็นปูที่สง่างาม เธอจึงได้เอ่ยปากตำหนิลูกๆ ของตนว่า “นี่พวกเจ้า! ทำไมถึงเดินไม่ตรงทางกันเลย หัดเดินให้มันตรงๆ เหมือนแม่นี่สิ”
ลูกปูตัวหนึ่งเมื่อได้ยินแม่พูดเช่นนั้น จึงได้ตอบกลับไปอย่างใสซื่อว่า “ท่านแม่เจ้าขา พวกข้าก็อยากจะเดินให้ตรงอยู่หรอกนะ แต่พวกข้าไม่รู้ว่าจะต้องเดินอย่างไร ท่านแม่ช่วยเดินให้พวกข้าดูเป็นตัวอย่างหน่อยได้หรือไม่”
แม่ปูเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยืดอกรับคำท้าของลูกๆ ในทันที “ได้เลย! ดูแม่ให้ดีๆ นะ แล้วก็หัดเดินตามให้ได้” ว่าแล้วแม่ปูก็พยายามที่จะเดินตรงไปข้างหน้าให้ลูกๆ ดูเป็นตัวอย่าง แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน เธอก็ยังคงเดินเฉไปเฉมาเหมือนกับที่ลูกๆ ของเธอเดินไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อลูกๆ ปูเห็นแม่ของตนเองก็เดินไม่ตรงเหมือนกัน พวกมันต่างก็พากันหัวเราะออกมาอย่างขบขัน แม่ปูเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่งและได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญในวันนั้นว่า ก่อนที่จะไปสอนหรือตำหนิใคร ควรจะมองดูตัวเองและทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ได้เสียก่อน
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง แม่ปูกับลูกปู นี้สอนให้รู้ว่า “การสอนหรือการตักเตือนผู้อื่นจะได้ผลก็ต่อเมื่อผู้สอนได้ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องนั้นๆ ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์เสียก่อน”


