กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในห้องครัวของบ้านหลังหนึ่ง มีโถน้ำผึ้งใบหนึ่งหกคว่ำลง ทำให้น้ำผึ้งสีทองอันหอมหวานไหลนองออกมาเต็มพื้น กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งได้ลอยไปไกลจนถึงฝูงแมลงวันที่กำลังบินหาอาหารอยู่ใกล้ๆ
เนื้อเรื่อง
ฝูงแมลงวันเมื่อได้กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งก็ไม่รอช้า พวกมันต่างพากันบินตรงมายังต้นตอของกลิ่นในทันที เมื่อพวกมันได้พบกับแอ่งน้ำผึ้งขนาดใหญ่ ก็ต่างพากันดีใจและบินลงไปกินน้ำผึ้งนั้นอย่างเอร็ดอร่อย
“โอ้! ช่างเป็นโชคดีอะไรเช่นนี้!” แมลงวันตัวหนึ่งพูดขึ้น “นี่คืออาหารที่หอมหวานและอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้กินมาในชีวิต!”
พวกมันเพลิดเพลินกับการกินน้ำผึ้งอย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่ได้สนใจเลยว่าขาและปีกของพวกมันกำลังค่อยๆ จมลงไปในความเหนียวหนืดของน้ำผึ้งทีละน้อย
จนกระทั่งพวกมันกินอิ่มและพยายามที่จะบินหนีขึ้นไป พวกมันก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าขาและปีกของพวกมันนั้นได้ติดแน่นอยู่กับน้ำผึ้งจนไม่สามารถที่จะขยับไปไหนได้อีกต่อไปแล้ว
ในวาระสุดท้ายของชีวิต ขณะที่พวกมันกำลังจะจมลงไปในแอ่งน้ำผึ้งนั้นเอง แมลงวันตัวหนึ่งก็ได้รำพึงขึ้นมาด้วยความเสียใจว่า “พวกเราช่างโง่เขลาเสียจริง เพียงเพราะความสุขชั่วครู่จากการได้ลิ้มรสความหวาน พวกเรากลับต้องมาแลกด้วยชีวิตทั้งชีวิต”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง แมลงวันกับโถน้ำผึ้ง นี้สอนให้รู้ว่า “ความสุขชั่วครู่ที่เกิดจากความละโมบและความหลงมัวเมาในกิเลสตัณหา มักจะนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานและหายนะที่ร้ายแรงในท้ายที่สุด”
พุทธภาษิต
“อตฺตสุขํ ปริจฺจาเค” (อัตตะสุขัง ปะริจจาเค) คำแปล: สละความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์สุขที่ใหญ่กว่า


