กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีช่างปั้นฝีมือดีผู้หนึ่ง เขาสามารถปั้นรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ ได้อย่างงดงามและมีชีวิตชีวาจนเป็นที่เลื่องลือ แต่เขาก็เป็นคนที่หยิ่งทะนงในฝีมือของตนเองและอยากจะรู้ว่าผู้คนจะชื่นชมผลงานของเขามากน้อยเพียงใด
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่ง เขาจึงได้เดินทางไปยังตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่นั่นมีร้านขายรูปปั้นมากมาย เขาเดินเข้าไปในร้านที่ใหญ่ที่สุดแล้วชี้ไปที่รูปปั้นขององค์มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วเอ่ยถามเจ้าของร้านว่า “รูปปั้นองค์มหาเทพที่สง่างามองค์นี้ ราคาเท่าไหร่หรือขอรับ?”
เจ้าของร้านตอบว่า “หนึ่งร้อยเหรียญทอง”
ช่างปั้นได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่รูปปั้นของพระชายาขององค์มหาเทพแล้วถามว่า “แล้วองค์นี้เล่า ราคาเท่าไหร่?”
เจ้าของร้านตอบกลับมาว่า “แปดสิบเหรียญทอง”
ช่างปั้นยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจในฝีมือของตนเองมากขึ้นไปอีก ในที่สุดเขาก็ชี้ไปที่รูปปั้นของเทพเจ้าแห่งการค้า ซึ่งเป็นเทพที่เขาเคารพบูชาและปั้นขึ้นมาด้วยความตั้งใจมากที่สุด แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “แล้วรูปปั้นเทพแห่งการค้าองค์นี้ล่ะ ราคาเท่าไหร่?” เขาคาดหวังว่าจะได้ยินราคาที่สูงลิ่วเพื่อยืนยันในคุณค่าฝีมือของตนเอง
แต่เจ้าของร้านกลับตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจว่า “โอ้! สำหรับรูปปั้นองค์นั้นน่ะหรือ… ถ้าท่านตัดสินใจซื้อรูปปั้นสององค์แรกไป ข้าจะแถมรูปปั้นองค์นี้ให้ท่านไปเลยฟรีๆ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ช่างปั้นผู้หยิ่งทะนงก็ถึงกับหน้าชาและพูดอะไรไม่ออก เขาเดินออกจากร้านไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งอับอายและผิดหวัง
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง คนขายรูปปั้น นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนึงและพยายามแสวงหาการยอมรับจากผู้อื่นเพื่อมายืนยันคุณค่าของตนเอง สุดท้ายก็อาจจะต้องพบกับความผิดหวังและอับอาย”


