ณ ทุ่งหญ้าเชิงเขาอันกว้างใหญ่ คนเลี้ยงแกะคนหนึ่งกำลังต้อนฝูงแกะของตนให้เล็มหญ้าอย่างสงบสุข บนท้องฟ้าเหนือทุ่งหญ้านั้น มีนกอินทรีผู้สง่างามและนกกาจอมทะเยอทะยานกำลังบินวนเวียนเฝ้ามองดูฝูงแกะอยู่
เนื้อเรื่อง
ทันใดนั้นเอง นกอินทรีก็ได้พุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงและใช้กรงเล็บอันแหลมคมของมันโฉบเอาลูกแกะตัวหนึ่งจากฝูงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างง่ายดาย แล้วบินกลับไปยังรังของมันบนยอดหน้าผาสูง
นกกาที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้วยความอิจฉาและอยากที่จะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหมือนนกอินทรีบ้าง มันจึงคิดที่จะเลียนแบบการกระทำของนกอินทรีโดยไม่ประมาณตน
“ข้าก็แข็งแรงไม่แพ้นกอินทรีเหมือนกัน ข้าจะต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าให้ทุกคนได้เห็น!” นกกาคิดในใจด้วยความลำพอง
ว่าแล้วมันก็บินร่อนอยู่บนท้องฟ้าแล้วเลือกแกะตัวที่อ้วนและใหญ่ที่สุดในฝูงเป็นเป้าหมาย จากนั้นมันก็ได้พุ่งโฉบลงมาเพื่อที่จะจับแกะตัวนั้นขึ้นไปเหมือนกับที่นกอินทรีทำ แต่อนิจจา กรงเล็บของมันไม่แข็งแรงพอที่จะจิกลงไปในขนหนาๆ ของแกะได้ และยังเข้าไปพันกับขนแกะจนยุ่งเหยิงไปหมด ทำให้มันไม่สามารถที่จะบินหนีไปไหนได้
คนเลี้ยงแกะเมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เดินเข้ามาจับตัวนกกาที่กำลังดิ้นรนอยู่บนหลังแกะได้อย่างง่ายดาย เขาได้ตัดขนปีกของมันเพื่อไม่ให้มันบินหนีไปได้แล้วนำมันกลับบ้านไปให้ลูกๆ ของเขาดูเป็นของเล่น
เมื่อลูกๆ ของเขาถามว่านี่คือนกอะไร คนเลี้ยงแกะก็ได้ตอบว่า “เมื่อเช้านี้มันยังคิดว่าตัวเองเป็นนกอินทรีอยู่เลย แต่ตอนนี้มันก็คงได้รู้ตัวแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่นกกาธรรมดาๆ เท่านั้นเอง”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรี นกกา และคนเลี้ยงแกะ นี้สอนให้รู้ว่า “การทะเยอทะยานที่จะทำในสิ่งที่เกินความสามารถของตนเองโดยไม่รู้จักประมาณตน มักจะนำมาซึ่งความล้มเหลวและความอับอายในที่สุด”


