กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว กาและนกกระสาได้ถูกเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงของเหล่าปักษาด้วยกัน ทั้งสองต่างก็แต่งกายอย่างเต็มที่และภาคภูมิใจในรูปลักษณ์ของตนเอง แต่เมื่อถึงเวลาอาหาร ความแตกต่างของทั้งสองก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
เนื้อเรื่อง
ในงานเลี้ยงนั้น ได้มีการจัดเตรียมอาหารไว้ในภาชนะสองรูปแบบ แบบแรกคือจานแบนกว้างซึ่งเต็มไปด้วยอาหารอันโอชะ และแบบที่สองคือคนโถแก้วทรงสูงคอแคบซึ่งบรรจุน้ำหวานรสเลิศไว้จนเต็ม
เมื่อถึงเวลาอาหาร กาซึ่งมีจะงอยปากที่สั้นและแข็งแรงก็สามารถจิกกินอาหารจากจานแบนได้อย่างง่ายดายและเอร็ดอร่อย แต่มันกลับไม่สามารถที่จะยื่นจะงอยปากของตนเองลงไปดื่มน้ำหวานที่อยู่ในคนโถแก้วทรงสูงได้เลยแม้แต่หยดเดียว
ในทางกลับกัน นกกระสาซึ่งมีจะงอยปากที่ยาวและเรียวเล็ก กลับไม่สามารถที่จะจิกกินอาหารจากจานแบนได้เลยเพราะจะงอยปากของมันไม่เหมาะกับภาชนะรูปแบบนั้น แต่มันกลับสามารถยื่นจะงอยปากอันยาวของมันลงไปดื่มน้ำหวานที่อยู่ในคนโถแก้วได้อย่างง่ายดายและมีความสุข
กาเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกหงุดหงิดและได้บ่นออกมาว่า “ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง! เหตุใดเจ้าภาพจึงต้องจัดเตรียมอาหารไว้ในภาชนะที่แตกต่างกันเช่นนี้ด้วย!”
นกกระสาจึงได้ตอบกลับไปอย่างใจเย็นว่า “สหายเอ๋ย ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ให้เราแต่ละคนมีเครื่องมือที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญไม่ใช่การบ่นว่าในสิ่งที่เราทำไม่ได้ แต่คือการเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในสถานการณ์ที่เหมาะสมต่างหาก”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง กา นกกระสาและจะงอยปากของมัน นี้สอนให้รู้ว่า “แต่ละคนล้วนมีความสามารถและเครื่องมือที่แตกต่างกันไป ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเครื่องมือที่ดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการรู้จักใช้ความสามารถและเครื่องมือที่ตนเองมีอยู่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม”
พุทธภาษิต
“อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย” (อัตตานัง นาติวัตเตยยะ) คำแปล: ไม่ควรลืมตน (และรู้จักความสามารถของตน)


