กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กชายกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในวัยซุกซน พวกเขามักจะใช้เวลาไปกับการเล่นสนุกและแกล้งสัตว์เล็กๆ อยู่เสมอ วันหนึ่งพวกเขาได้ไปรวมกลุ่มกันที่ริมหนองน้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกบฝูงใหญ่
เนื้อเรื่อง
เมื่อเด็กชายกลุ่มนั้นได้เห็นฝูงกบที่กำลังว่ายน้ำเล่นและนั่งพักผ่อนอยู่บนใบบัว พวกเขาก็เกิดความคิดสนุกๆ ที่จะแกล้งกบเหล่านั้นขึ้นมา
เด็กๆ ได้พากันเก็บก้อนหินที่อยู่ริมหนองน้ำแล้วเริ่มขว้างปาก้อนหินเหล่านั้นใส่ฝูงกบอย่างสนุกสนาน พวกเขาหัวเราะคิกคักทุกครั้งที่เห็นกบตัวหนึ่งกระโดดหนีหรือดำน้ำหลบก้อนหินที่พวกเขาขว้างไป สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือเกมกีฬาที่น่าตื่นเต้นที่สุด
แต่สำหรับฝูงกบแล้ว นี่คือสถานการณ์ที่เลวร้ายและน่าหวาดกลัวที่สุด พวกมันต้องคอยหลบหลีกก้อนหินที่ถูกขว้างลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน กบหลายตัวได้รับบาดเจ็บและบางตัวถึงกับเสียชีวิต
ในที่สุด ก็ได้มีกบชราผู้กล้าหาญตัวหนึ่งโผล่หัวขึ้นมาจากผิวน้ำ แล้วรวบรวมความกล้าตะโกนบอกเด็กๆ ว่า
“โอ้! เด็กๆ เอ๋ย โปรดหยุดเถิด!” กบชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “สิ่งที่พวกเจ้าเห็นว่าเป็นเพียงแค่เรื่องเล่นสนุกนั้น มันคือความเป็นความตายสำหรับพวกข้าเลยนะ!”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง เด็กชายกับฝูงกบ นี้สอนให้รู้ว่า “ความสนุกสนานหรือความสุขของเรา ไม่ควรที่จะต้องตั้งอยู่บนความทุกข์หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ควรมีใจเมตตาและเอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ”
พุทธภาษิต
“อตฺตานํ อุปมํ กเร” (อัตตานัง อุปะมัง กะเร) คำแปล: พึงเอาใจเขามาใส่ใจเรา


