“พิกุลทอง” เป็นนิทานพื้นบ้านอมตะของไทยที่สอนใจในเรื่องคุณค่าของความดีงามและความเมตตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอานิสงส์ของการมีวาจาที่ไพเราะและจิตใจที่ดีงาม ซึ่งจะนำพาความสุขความเจริญมาให้ ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีจิตใจหยาบกระด้างและวาจาชั่วร้ายซึ่งย่อมประสบแต่ผลกรรมที่ไม่ดี เป็นเรื่องราวที่เปรียบเทียบผลของการกระทำระหว่างสองพี่น้องต่างมารดาได้อย่างชัดเจน
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวของพิกุลทองสามารถแบ่งออกเป็นช่วงสำคัญๆ ได้ดังนี้
พิกุลผู้มีจิตใจงาม
ในบ้านของเศรษฐีผู้หนึ่ง มีหญิงสาวนามว่า “พิกุล” เธอเป็นลูกสาวที่เกิดจากภรรยาหลวงซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว พิกุลเป็นเด็กสาวที่มีจิตใจดีงามและมีความเมตตา แต่โชคร้ายที่ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดานามว่า “มะลิ” ซึ่งทั้งสองคนมีจิตใจหยาบกระด้างและคอยข่มเหงทุบตีพิกุลอยู่เสมอ
พรจากเทวดา
อยู่มาวันหนึ่ง แม่เลี้ยงได้ใช้ให้พิกุลไปตักน้ำที่ไกลบ้าน ระหว่างทางนางได้พบกับเทวดาที่จำแลงกายเป็นหญิงชราผู้หิวกระหายน้ำมาขอน้ำดื่ม พิกุลด้วยจิตใจที่เมตตาจึงได้มอบน้ำให้หญิงชราดื่มด้วยความเต็มใจและพูดคุยด้วยวาจาอันไพเราะ หญิงชรา (เทวดา) รู้สึกชื่นชมในความดีของนาง จึงได้ให้พรวิเศษว่า “ต่อไปนี้ เมื่อใดก็ตามที่เจ้ารู้สึกสงสารหรือเมตตาผู้ใด ขอให้มีดอกพิกุลทองร่วงออกมาจากปากของเจ้าทุกครั้งที่พูด”
เมื่อพิกุลกลับมาถึงบ้านและได้เล่าเรื่องราวให้แม่เลี้ยงฟัง ดอกพิกุลทองคำก็ได้ร่วงหล่นออกมาจากปากของนางจริงๆ สร้างความตื่นเต้นและละโมบให้กับแม่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง
มะลิผู้ใจร้ายกับคำสาป
แม่เลี้ยงเกิดความโลภอยากให้มะลิผู้เป็นลูกสาวของตนได้พรวิเศษบ้าง จึงได้ส่งมะลิไปตักน้ำที่เดียวกัน มะลิได้พบกับหญิงชราคนเดิม แต่แทนที่จะแสดงความเมตตา นางกลับพูดจาหยาบคายและสาดน้ำใส่หญิงชราอย่างไม่ไยดี เทวดาจึงได้สาปมะลิว่า “เมื่อใดที่เจ้าพูดด้วยความโกรธแค้นหรืออิจฉาริษยา ขอให้มีหนอนและของโสโครกร่วงออกมาจากปากของเจ้า”
เมื่อมะลิกลับมาถึงบ้านและเล่าเรื่องด้วยความโกรธ ก็ได้มีหนอนร่วงออกมาจากปากของนางจริงๆ สร้างความขยะแขยงและความผิดหวังให้กับแม่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง
วาสนาของนางพิกุลทอง
นับตั้งแต่นั้นมา แม่เลี้ยงก็ยิ่งทวีความโหดร้ายต่อพิกุล โดยการบังคับให้นางพูดเพื่อที่จะเก็บดอกพิกุลทองไว้เป็นของตนเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง พระราชโอรส ได้เสด็จประพาสป่าและได้มาพบนางพิกุลเข้า พระองค์ทรงตกหลุมรักในความงามและจิตใจอันดีงามของนาง จึงได้ทูลขอนางไปอภิเษกเป็นพระชายา
ฝ่ายแม่เลี้ยงและมะลิเมื่อทราบข่าวก็ยิ่งอิจฉาริษยาและพยายามหาทางขัดขวาง แต่สุดท้ายความชั่วร้ายของทั้งสองก็ปรากฏและถูกลงโทษไปตามกรรม ส่วนนางพิกุลทองก็ได้ครองรักกับพระราชโอรสอย่างมีความสุข
คติสอนใจ
นิทานพื้นบ้าน เรื่อง พิกุลทอง นี้สอนให้รู้ว่า:
- วาจาส่อสันดาน จิตใจส่อการกระทำ: คำพูดและการกระทำของบุคคลย่อมสะท้อนถึงสภาพจิตใจที่อยู่ภายใน ผู้ที่มีจิตใจดีงามย่อมมีวาจาและการกระทำที่ดีงาม ซึ่งจะนำพาแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต
- ความเมตตากรุณาย่อมได้รับผลดีตอบแทน: การทำความดีและความมีน้ำใจต่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นคุณธรรมที่จะนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้
- ความอิจฉาริษยาและความโลภนำมาซึ่งความพินาศ: จิตใจที่เต็มไปด้วยความโลภและความริษยา จะนำพาแต่สิ่งที่ไม่ดีและโชคร้ายมาสู่ตนเองในที่สุด
พุทธภาษิต
“โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ” (โมกโข กันละยาณิยา สาธุ) คำแปล: การเปล่งวาจาไพเราะ นำมาซึ่งความสำเร็จ


