นิทานพื้นบ้าน เรื่อง นางสิบสอง พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง นางสิบสอง พร้อมข้อคิดสอนใจ

“นางสิบสอง” เป็นนิทานพื้นบ้านไทยประเภทจักรๆ วงศ์ๆ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน, การพลัดพราก และการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของสตรีพี่น้อง 12 คน เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นและสะเทือนอารมณ์ และยังถือเป็นปฐมบทของวรรณคดีอีกเรื่องหนึ่งคือ “พระรถเมรี” ซึ่งเป็นเรื่องราวของ “พระรถเสน” โอรสของนางเภา น้องสาวคนสุดท้องของนางสิบสองนั่นเอง

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของนางสิบสองสามารถแบ่งออกเป็นช่วงสำคัญๆ ได้ดังนี้

สิบสองพี่น้องถูกทอดทิ้ง

เศรษฐีและภรรยาผู้ยากจนคู่หนึ่งมีลูกสาวถึง 12 คน ด้วยความยากจนข้นแค้นจึงไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรสาวทั้งหมดได้ไหว จึงได้ตัดสินใจนำลูกสาวทั้งหมดไปปล่อยทิ้งไว้ในป่า แม้ครั้งแรกพวกนางจะหาทางกลับบ้านได้ แต่สุดท้ายก็ถูกนำไปปล่อยอีกครั้งจนต้องผจญชะตากรรมในป่าตามลำพัง

ชีวิตในเมืองยักษ์

นางสิบสองพี่น้องได้เดินทางรอนแรมไปในป่าจนกระทั่งได้พบกับเมืองยักษ์ซึ่งปกครองโดย นางยักษ์สันธมาลา นางยักษ์เมื่อเห็นเด็กสาวทั้งสิบสองก็เกิดความสงสาร (ในบางฉบับคือต้องการนำมาเป็นอาหารในอนาคต) จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์และรับเลี้ยงดูนางสิบสองไว้เป็นลูกบุญธรรม พวกนางได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวังยักษ์ แต่ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใน “เขตหวงห้าม” ด้านหลังของวัง

แต่ด้วยความสงสัย วันหนึ่งนางสิบสองจึงได้แอบเข้าไปในเขตหวงห้ามและได้พบกับกองกระดูกมนุษย์และสัตว์จำนวนมาก ทำให้พวกนางล่วงรู้ว่าแม่บุญธรรมของตนแท้จริงแล้วเป็นยักษ์ ด้วยความหวาดกลัว นางสิบสองจึงได้วางแผนหลบหนีออกจากเมืองยักษ์ได้สำเร็จ

วาสนาได้เป็นมเหสี

นางสิบสองได้เดินทางมาจนถึงเมืองกุตารนครและได้พบกับ ท้าวรถสิทธิ์ กษัตริย์ผู้ครองเมือง ท้าวรถสิทธิ์เมื่อได้เห็นความงามของนางสิบสองก็ทรงตกหลุมรักและได้รับนางทั้งหมดไว้เป็นพระมเหสี

นางยักษ์ตามล้างแค้นและโศกนาฏกรรมในอุโมงค์

ฝ่ายนางยักษ์สันธมาลาเมื่อรู้ว่าลูกเลี้ยงหนีไปก็โกรธแค้นและเสียใจอย่างยิ่ง จึงได้ออกตามหาและใช้เวทมนตร์จำแลงกายเป็นหญิงสาวที่สวยงามกว่าใครๆ แล้วเดินทางมายังเมืองกุตารนคร ท้าวรถสิทธิ์เมื่อได้พบกับนางยักษ์ในร่างจำแลงก็ทรงหลงใหลอย่างลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น และได้แต่งตั้งให้นางเป็นพระมเหสีเอก

นางยักษ์สันธมาลาเมื่อได้โอกาสจึงได้วางแผนแก้แค้นนางสิบสอง โดยแสร้งทำเป็นป่วยหนักและทูลต่อพระราชาว่าตนจะหายได้ก็ต่อเมื่อได้ดวงตาของพี่น้องสิบสองคนมาทำเป็นยา ท้าวรถสิทธิ์ผู้ลุ่มหลงในเสน่ห์ของนางยักษ์จนขาดสติ ก็ทรงมีรับสั่งให้ควักดวงตาของพระมเหสีทั้งสิบสององค์ออก มีเพียง นางเภา น้องคนสุดท้องที่ถูกควักตาออกเพียงข้างเดียวเพราะเหล่าเพชฌฆาตสงสาร

จากนั้นนางสิบสองที่ตาบอดทั้งหมดก็ได้ถูกนำไปขังไว้ในอุโมงค์มืดใต้ดิน พวกนางต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสและหิวโหย จนกระทั่งเมื่อถึงเวลาที่แต่ละคนคลอดลูกออกมา ด้วยความหิวโหยอย่างที่สุด พี่สาวทั้ง 11 คนก็ได้จับลูกของตนเองฉีกกินเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิต

มีเพียงนางเภาที่ไม่ได้กินลูกของตนเอง นางได้ให้กำเนิดพระโอรสผู้มีบุญญาธิการนามว่า “พระรถเสน” และได้เลี้ยงดูพระโอรสอย่างยากลำบากอยู่ในอุโมงค์นั้น โดยอาศัยเศษเนื้อของหลานๆ ที่พี่สาวแบ่งให้มาเลี้ยงดูลูกของตนเองจนเติบใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในตอน “พระรถเมรี” ต่อไป

คติสอนใจ

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง นางสิบสอง นี้สอนให้รู้ว่า:

  • ความลุ่มหลงมัวเมานำมาซึ่งหายนะ: ความลุ่มหลงในรูปโฉมของนางยักษ์ ทำให้ท้าวรถสิทธิ์ขาดสติไตร่ตรองและสามารถทำสิ่งที่โหดร้ายและอยุติธรรมต่อผู้บริสุทธิ์ได้
  • เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร: ความอาฆาตแค้นของนางยักษ์สันธมาลา ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมอันน่าสลดใจและสร้างกรรมชั่วอันหนักหนาสาหัส
  • ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่: แม้จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แต่นางเภาก็ยังคงปกป้องและเลี้ยงดูพระรถเสนจนเติบใหญ่ด้วยความรักอันบริสุทธิ์

พุทธภาษิต

“นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ” (นัตถิ ราคะสะโม อัคคิ) คำแปล: ไฟเสมอด้วยราคะ ไม่มี