ในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ มีกระต่ายป่าตัวหนึ่งกำลังเพลิดเพลินกับการเล็มหญ้าอ่อนๆ โดยไม่ทันได้ระวังว่ามีภัยร้ายกำลังจับจ้องมันอยู่จากบนท้องฟ้า ในขณะเดียวกัน บนกิ่งไม้ใกล้ๆ ก็มีนกกระจอกช่างพูดตัวหนึ่งกำลังเฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่เช่นกัน
เนื้อเรื่อง
ทันใดนั้นเอง นกอินทรีผู้สง่างามก็ได้บินร่อนลงมาจากท้องฟ้าและใช้กรงเล็บอันแหลมคมของมันจับกระต่ายป่าไว้อย่างรวดเร็ว กระต่ายป่าพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดแต่ก็ไม่เป็นผล
นกกระจอกเมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็รู้สึกขบขันและได้พูดเยาะเย้ยกระต่ายป่าขึ้นว่า “ฮ่าๆๆ! เจ้ากระต่ายผู้โอ้อวดในฝีเท้าอันรวดเร็วของตนเอง ในที่สุดก็ต้องมาพบกับจุดจบที่น่าสมเพชเช่นนี้”
แต่ทันทีที่นกกระจอกพูดจบประโยค ก็ได้มีนกอินทรีอีกตัวหนึ่งที่ซุ่มดูอยู่ไม่ไกลบินเข้ามาจับตัวมันไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้นกกระจอกต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับกระต่ายป่าที่มันเพิ่งจะเยาะเย้ยไปเมื่อครู่
กระต่ายป่าเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้พูดกับนกกระจอกว่า “เมื่อครู่นี้ท่านยังหัวเราะเยาะในโชคร้ายของข้าอยู่เลย แต่ตอนนี้ท่านก็มีสภาพที่ไม่ต่างจากข้าแล้ว”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นกกระจอกกับกระต่ายป่า นี้สอนให้รู้ว่า “อย่าได้เยาะเย้ยหรือซ้ำเติมในเคราะห์กรรมของผู้อื่น เพราะเราเองก็อาจจะประสบกับชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นเดียวกันนั้นได้ในสักวันหนึ่ง”


