ในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ มีลาตัวหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และขี้เกียจ มันมักจะหาข้ออ้างต่างๆ นานาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก และในวันหนึ่งมันก็ได้คิดอุบายใหม่ขึ้นมาเพื่อที่จะได้นอนพักผ่อนอย่างสบายใจ
เนื้อเรื่อง
ลาได้แกล้งทำเป็นป่วยหนักและนอนซมอยู่ในคอกของตนเอง มันส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดเพื่อให้เจ้านายของมันสงสารและไม่ต้องใช้งานมัน เมื่อเจ้านายมาเห็นสภาพของลาก็รู้สึกเป็นห่วงและได้ปล่อยให้มันนอนพักผ่อนอยู่ในคอกตามที่มันต้องการ
ในขณะที่ลากำลังนอนแกล้งป่วยอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น ก็ได้มีหมาป่าตัวหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เมื่อมันเห็นลาที่นอนนิ่งอยู่ก็รู้สึกประหลาดใจและได้เอ่ยถามขึ้นว่า “สหายลา ท่านเป็นอะไรไป เหตุใดจึงมานอนซมอยู่ตรงนี้?”
ลาเมื่อเห็นหมาป่าก็เกิดความคิดเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีก มันจึงตอบกลับไปว่า “ข้าป่วยหนักเหลือเกินเพื่อนเอ๋ย ข้าคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
หมาป่าเมื่อได้ฟังดังนั้นก็แสร้งทำเป็นเห็นใจและพูดขึ้นว่า “โอ้! น่าสงสารท่านเสียจริง แต่ท่านก็ยังโชคดีนะที่กำลังจะตายในวันนี้ เพราะหากท่านตายในวันอื่น ท่านอาจจะต้องกลายเป็นอาหารของฝูงแร้งที่กำลังบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้าเป็นแน่แท้”
เมื่อลาได้ยินคำว่า “แร้ง” มันก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัวและลืมไปว่าตนเองกำลังแกล้งป่วยอยู่ มันรีบลุกขึ้นยืนแล้วถามหมาป่าด้วยความตื่นตระหนกว่า “แร้งหรือ? แร้งอยู่ที่ไหนกัน?”
หมาป่าเมื่อเห็นว่าลาหายป่วยในทันทีก็หัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ฮ่าๆๆ! ที่แท้เจ้าก็ไม่ได้ป่วยจริงนี่เอง เจ้าลาขี้โกง!”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ลาป่วยกับหมาป่า นี้สอนให้รู้ว่า “การหลอกลวงผู้อื่นย่อมมีวันที่จะถูกเปิดเผย และความจริงก็จะปรากฏออกมาในที่สุด”


