กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งมีศีรษะที่ล้านเลี่ยนราวกับไข่ปอก เขาอับอายในรูปลักษณ์ของตนเองเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ไปหาซื้อวิกผมที่ดูดีที่สุดมาสวมใส่เพื่อปกปิดความจริงและเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ตนเอง
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่ง ชายผู้นั้นได้ออกไปสังสรรค์ล่าสัตว์กับเพื่อนๆ ของเขา ขณะที่ทุกคนกำลังขี่ม้าอย่างสนุกสนานอยู่นั้นเอง ก็ได้มีพายุลมแรงพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างกะทันหัน
ลมนั้นพัดแรงมากจนวิกผมที่ชายผู้นั้นสวมใส่อยู่ได้ปลิวหลุดลอยออกไปจากศีรษะของเขาต่อหน้าเพื่อนๆ ทุกคน
ทันทีที่วิกผมหลุดออกไปและเผยให้เห็นศีรษะที่แท้จริงของเขา เพื่อนๆ ของเขาทุกคนก็ต่างพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นได้กับภาพที่เห็น
แต่แทนที่ชายผู้นั้นจะรู้สึกอับอายหรือโกรธเคือง เขากลับหยุดม้าแล้วหัวเราะไปพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขาอย่างอารมณ์ดี
จากนั้นเขาก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ฮ่าๆๆ! มันน่าขำจริงๆ นั่นแหละ! ขนาดผมที่เป็นของข้าแท้ๆ มันยังไม่ยอมที่จะอยู่บนหัวข้าเลย แล้วจะไปคาดหวังอะไรกับผมของคนอื่นที่ข้ายืมเขามาใส่กันล่ะ!”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง วิกผมที่หลุดหายไป นี้สอนให้รู้ว่า “การยอมรับในความเป็นจริงและข้อบกพร่องของตนเองด้วยอารมณ์ขัน คือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับสถานการณ์ที่น่าอับอาย”
พุทธภาษิต
“สหาเส วินโย สาธุ” (สะหาเส วินะโย สาธุ) คำแปล: การรู้จักกาลเทศะในหมู่ชนเป็นความดี


