กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่อันกว้างไพศาล เสือดาวตัวหนึ่งกำลังนอนอาบแดดอวดลายจุดอันสวยงามบนเรือนร่างของตนเองอย่างภาคภูมิใจ มันมักจะโอ้อวดในความงามภายนอกของตนเองและดูถูกสัตว์อื่นๆ ที่มีหน้าตาธรรมดาอยู่เสมอ
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่ง ขณะที่เสือดาวกำลังหลงใหลในลายจุดของตนเองอยู่นั้น ก็ได้มีสุนัขจิ้งจอกเจ้าปัญญาตัวหนึ่งเดินผ่านมา เสือดาวเมื่อเห็นสุนัขจิ้งจอกซึ่งมีขนสีน้ำตาลเรียบๆ ก็รู้สึกอยากจะโอ้อวดและได้ท้าทายขึ้นว่า
“มาดูกันดีกว่าสหาย ว่าระหว่างเราสองตัว ใครจะงดงามกว่ากัน!” เสือดาวกล่าวพลางเดินอวดลายจุดอันสง่างามของตน “ดูผิวหนังของข้าสิ เต็มไปด้วยลวดลายที่สวยงามและน่าประทับใจ แต่สำหรับเจ้า… ช่างดูธรรมดาและไม่มีอะไรน่าสนใจเอาเสียเลย”
สุนัขจิ้งจอกเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มอย่างใจเย็นแล้วตอบกลับไปว่า
“ท่านพูดถูกแล้ว… ร่างกายภายนอกของท่านนั้นงดงามกว่าข้าอย่างไม่มีที่ติ” สุนัขจิ้งจอกกล่าว “แต่ข้าคิดว่า ความงามที่แท้จริงที่น่าชื่นชมยิ่งกว่านั้น คือความงามที่อยู่ภายในต่างหาก”
“และข้าก็มั่นใจว่า ความงามแห่งสติปัญญาและความเฉียบแหลมที่อยู่ในหัวของข้านี้ ย่อมมีคุณค่าและน่าประทับใจยิ่งกว่าลายจุดบนตัวของท่านเป็นไหนๆ”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับเสือดาว นี้สอนให้รู้ว่า “คุณค่าและความงามที่แท้จริงของบุคคลนั้น ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่สติปัญญาและความดีงามที่อยู่ภายในจิตใจ”
พุทธภาษิต
“ปญฺญา นรานํ รตนํ” (ปัญญา นะรานัง ระตะนัง) คำแปล: ปัญญาเป็นรัตนะ (แก้วมณี) ของนรชน


