ในป่าใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ มีราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่าที่กำลังประสบกับปัญหาใหญ่หลวง แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามที่สุดในป่า แต่ทุกครั้งที่มันออกล่าเหยื่อ สัตว์ต่างๆ ก็มักจะได้ยินเสียงคำรามอันทรงพลังของมันและวิ่งหนีไปได้ทันท่วงที ทำให้ราชสีห์ต้องกลับถ้ำมือเปล่าอยู่บ่อยครั้ง
เนื้อเรื่อง
ด้วยความหิวโซและหงุดหงิด ราชสีห์จึงได้คิดหาอุบายที่จะช่วยให้มันล่าเหยื่อได้ง่ายขึ้น มันเดินไปหาลาตัวหนึ่งที่กำลังเล็มหญ้าอยู่แล้วพูดขึ้นว่า “สหายลาเอ๋ย ข้ามีแผนการดีๆ ที่จะทำให้เราทั้งสองมีอาหารกินอย่างอุดมสมบูรณ์ เจ้าสนใจจะร่วมมือกับข้าหรือไม่?”
ลาเมื่อได้ยินราชสีห์เอ่ยชวนก็รู้สึกทั้งประหลาดใจและตื่นเต้น มันจึงตอบตกลงในทันที ราชสีห์จึงอธิบายแผนการให้ฟังว่า “ข้าจะให้เจ้าไปซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้หนาทึบ แล้วส่งเสียงร้องออกมาให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อสัตว์ต่างๆ ได้ยินเสียงร้องอันแปลกประหลาดของเจ้า พวกมันก็จะตกใจและวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงมาทางที่ข้าดักรออยู่ และข้าก็จะจัดการจับพวกมันกินเป็นอาหารได้อย่างง่ายดาย”
ลาเมื่อได้ฟังแผนการก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง มันจึงทำตามที่ราชสีห์บอกทุกอย่าง มันไปซ่อนตัวในพุ่มไม้แล้วส่งเสียงร้องออกมาดังลั่นป่า สัตว์ต่างๆ เมื่อได้ยินเสียงร้องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็พากันตกใจและวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่ราชสีห์วางไว้ มันสามารถจับสัตว์ที่วิ่งหนีมาได้อย่างง่ายดาย
หลังจากที่ล่าเหยื่อได้สำเร็จ ลาก็เดินออกมาจากพุ่มไม้ด้วยท่าทางที่หยิ่งผยองแล้วพูดกับราชสีห์ว่า “เป็นอย่างไรบ้างท่านเจ้าป่า ฝีมือการร้องของข้าไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ ที่ท่านจับเหยื่อได้ในวันนี้ก็เป็นเพราะเสียงร้องอันน่าเกรงขามของข้านะ”
ราชสีห์เมื่อได้ยินลาโอ้อวดสรรพคุณของตนเองก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วตอบกลับไปว่า “เจ้าเข้าใจผิดแล้วเพื่อนเอ๋ย ที่สัตว์เหล่านั้นวิ่งหนีไม่ใช่เพราะพวกมันเกรงกลัวในเสียงร้องของเจ้าหรอก แต่เป็นเพราะพวกมันไม่เคยได้ยินเสียงร้องที่แปลกประหลาดและน่ารำคาญเช่นนี้มาก่อนต่างหาก พวกมันจึงตกใจและวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ราชสีห์กับลา นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่โง่เขลาและไม่รู้จักประมาณตน มักจะตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว และมักจะโอ้อวดในสิ่งที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ”


