กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ปลาโลมาและวาฬซึ่งเป็นสองสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องทะเล ได้เกิดความขัดแย้งและทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ทั้งสองต่างก็อ้างสิทธิ์ในความเป็นใหญ่และไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กัน
เนื้อเรื่อง
การต่อสู้ระหว่างปลาโลมาและวาฬนั้นดุเดือดและกินเวลายาวนานเป็นอย่างยิ่ง พวกมันใช้ทั้งพละกำลังและความเร็วเข้าต่อสู้กันจนน้ำในมหาสมุทรปั่นป่วนไปทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นต่างได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กัน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างไม่คิดชีวิตนั้นเอง ก็ได้มีปลาซิวตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านมา มันเห็นสองสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย จึงได้รวบรวมความกล้าแล้วว่ายน้ำเข้าไปห้ามปราม
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง!” ปลาซิวร้องขึ้น “โปรดหยุดต่อสู้กันเถิด! การกระทำของท่านกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเราเป็นอย่างยิ่ง หากท่านยังไม่หยุด ข้าคงจะต้องขออาสาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งนี้ให้แก่ท่านเอง”
ปลาโลมาเมื่อได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงักแล้วมองมาที่ปลาซิวด้วยความดูแคลน มันหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า
“เจ้าปลาซิวตัวเล็กกระจ้อยร่อย! เจ้าจะมาไกล่เกลี่ยเรื่องของผู้ยิ่งใหญ่อย่างพวกข้าได้อย่างไรกัน? ข้ายอมที่จะสู้กับวาฬจนตัวตายเสียยังดีกว่าที่จะต้องมาอับอายขายหน้าเพราะยอมให้เจ้าเข้ามาไกล่เกลี่ย!”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ปลาโลมา, วาฬ และปลาซิว นี้สอนให้รู้ว่า “เมื่อผู้มีอำนาจหรือผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าขัดแย้งกันเอง พวกเขามักจะไม่ยอมลดละทิฐิของตนเองลง แม้ว่าจะต้องสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้น้อยที่อยู่รอบข้าง และมักจะมองว่าความขัดแย้งของตนนั้นสำคัญเกินกว่าที่ผู้น้อยจะเข้ามาเกี่ยวข้องได้”
พุทธภาษิต
“พาโล อตฺถํ น ชานาติ” (พาโล อัตถัง นะ ชานาติ) คำแปล: คนพาลย่อมไม่รู้จักประโยชน์ (ของตนและส่วนรวม)


