นิทานอีสป เรื่อง ปลาน้ำเค็มกับปลาน้ำจืด พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง ปลาน้ำเค็มกับปลาน้ำจืด พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ บริเวณปากแม่น้ำที่ซึ่งน้ำจืดและน้ำเค็มไหลมาบรรจบกัน ได้มีปลาแม่น้ำ (ปลาน้ำจืด) ตัวหนึ่งว่ายน้ำเล่นจนมาพบกับปลาทะเล (ปลาน้ำเค็ม) โดยบังเอิญ ทั้งสองต่างรู้สึกประหลาดใจในรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้หยุดทักทายและพูดคุยกัน

เนื้อเรื่อง

หลังจากที่พูดคุยกันจนคุ้นเคย ปลาแม่น้ำก็ได้เอ่ยชวนปลาทะเลขึ้นว่า “สหายเอ๋ย โลกของท่านช่างดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตรายเสียจริง ทั้งคลื่นลมที่รุนแรงและสัตว์ร้ายที่ตัวใหญ่กว่าท่านมากมายนัก สู้ท่านลองย้ายมาอยู่กับข้าในแม่น้ำแห่งนี้จะไม่ดีกว่าหรือ? ที่นี่น้ำนิ่งไหลเย็น มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และมีแต่เพื่อนปลาตัวเล็กๆ ที่เป็นมิตร”

ปลาทะเลเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ตอบกลับไปว่า “ข้าขอบคุณในความหวังดีของท่านนะสหาย แต่ข้าก็คิดว่าท่านควรจะย้ายไปอยู่กับข้าในทะเลมากกว่า โลกของท่านอาจจะดูสงบสุขก็จริง แต่ก็ช่างน่าเบื่อหน่ายและคับแคบยิ่งนัก มาเถิด มาผจญภัยในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่กับข้าดีกว่า ที่นั่นมีทั้งปะการังสวยงามและอาหารที่หลากหลายกว่าที่นี่เป็นไหนๆ”

ทั้งสองต่างก็พยายามชักชวนให้อีกฝ่ายย้ายไปอยู่ในโลกของตน แต่ก็ไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดพวกมันจึงได้ตัดสินใจที่จะลองไปใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมของอีกฝ่ายดู

ปลาแม่น้ำได้ลองว่ายตามปลาทะเลออกไปยังท้องทะเลที่กว้างใหญ่ แต่ก็ทนอยู่ในน้ำเค็มได้เพียงไม่นานก็สิ้นใจตาย

ในขณะเดียวกัน ปลาทะเลที่ลองว่ายทวนน้ำขึ้นไปในแม่น้ำ ก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่ในน้ำจืดได้และสิ้นใจตายในเวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกัน

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง ปลาน้ำเค็มกับปลาน้ำจืด นี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดย่อมมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตที่เป็นของตนเอง การพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจนำมาซึ่งความพินาศในที่สุด”

พุทธภาษิต

“อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย” (อัตตานัง นาติวัตเตยยะ) คำแปล: ไม่ควรลืมตน (และธรรมชาติของตน)