กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหญิงม่ายผู้ขยันขันแข็งคนหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ เธอมีคนรับใช้หญิงอยู่หลายคน และมีพ่อไก่ตัวหนึ่งที่เธอเลี้ยงไว้สำหรับขันปลุกในตอนเช้าตรู่ของทุกๆ วัน
เนื้อเรื่อง
หญิงม่ายผู้นี้เป็นคนที่ขยันมาก เธอจะตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ไก่โห่ และจะปลุกคนรับใช้ของเธอให้ลุกขึ้นมาทำงานพร้อมกันทันทีที่ได้ยินเสียงไก่ขัน ทำให้เหล่าคนรับใช้ต้องทำงานหนักและอดนอนอยู่เป็นประจำ
ด้วยความเหนื่อยล้าและทนไม่ไหว เหล่าคนรับใช้จึงได้พากันเกลียดชังพ่อไก่ตัวนั้น พวกเธอเชื่อว่ามันคือต้นเหตุของความทุกข์ทรมานทั้งหมด และได้แอบปรึกษากันว่า “ถ้าไม่มีเสียงไก่ขันในตอนเช้า นายหญิงก็คงจะไม่ปลุกพวกเราให้ตื่นขึ้นมาทำงานแต่เช้ามืดอีกต่อไป”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหล่าคนรับใช้จึงได้ร่วมมือกันแอบไปจับพ่อไก่ตัวนั้นมาฆ่าเสีย โดยหวังว่าพวกเธอจะได้นอนหลับพักผ่อนนานขึ้น
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่พวกเธอคาดหวังไว้ เมื่อไม่มีเสียงไก่ขันคอยปลุกในตอนเช้าเหมือนเช่นเคย หญิงม่ายผู้เป็นนายก็กังวลว่าตนเองและคนรับใช้จะตื่นสายและทำงานไม่ทัน เธอจึงเริ่มปลุกคนรับใช้ให้ตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่กลางดึกทันทีที่เธอตื่นขึ้นมา ซึ่งมันเช้ากว่าเวลาที่ไก่เคยขันเสียอีก
ทำให้สถานการณ์ของเหล่าคนรับใช้นั้นกลับเลวร้ายลงกว่าเดิมเสียอีก พวกเธอต้องทำงานหนักขึ้นและได้นอนน้อยลงกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ผู้หญิงกับคนรับใช้ นี้สอนให้รู้ว่า “การพยายามแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่โง่เขลาและไม่ถูกต้อง มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม”


