ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ในวันที่อากาศสดใสและดูเหมือนจะไม่มีภยันตรายใดๆ หมูป่าตัวหนึ่งกำลังยืนลับเขี้ยวอันแหลมคมของมันกับเปลือกของต้นไม้ใหญ่อย่างขะมักเขม้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งก็ได้เดินผ่านมาและเฝ้ามองดูการกระทำของหมูป่าด้วยความสงสัย
เนื้อเรื่อง
สุนัขจิ้งจอกเมื่อเห็นว่าหมูป่าเอาแต่ลับเขี้ยวอยู่นานสองนาน ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีนายพรานหรือสุนัขล่าเนื้ออยู่ที่ไหนเลย จึงได้เอ่ยปากถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่า
“สหายหมูป่าเอ๋ย ท่านจะเสียเวลาลับเขี้ยวของท่านไปทำไมกัน ในเมื่อตอนนี้ก็ไม่มีอันตรายอันใดอยู่ใกล้ตัวท่านเลยแม้แต่น้อย”
หมูป่าหยุดลับเขี้ยวครู่หนึ่งแล้วหันมาตอบสุนัขจิ้งจอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า
“ท่านพูดถูกแล้วเพื่อนเอ๋ย” หมูป่ากล่าว “แต่ท่านจงจำไว้เถิดว่า เมื่อใดที่อันตรายมาถึงตัวจริงๆ เมื่อนั้นเราจะไม่มีเวลามานั่งลับเขี้ยวอยู่อีกแล้ว หากข้าเตรียมอาวุธของข้าให้พร้อมไว้อยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้มัน ข้าก็จะสามารถนำมันออกมาต่อสู้ได้ในทันที”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง หมูป่ากับหมาจิ้งจอก นี้สอนให้รู้ว่า “การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอยู่เสมอ คือหนทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน”
พุทธภาษิต
“อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย” (อัตตานะเมวะ ปะฐะมัง ปะฏิรูเป นิเวสะเย) คำแปล: พึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน (คือการเตรียมตนให้พร้อม)


