ในทุ่งหญ้าอันเงียบสงบใต้เงาจันทร์ มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งนามว่า “นวล” เขาแตกต่างจากกระต่ายตัวอื่นๆ เพราะในขณะที่เพื่อนๆ ก้มหน้าก้มตากินหญ้าอ่อน แต่ใจของนวลกลับล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า เขาทุ่มเทหัวใจทั้งหมดให้กับความงดงามของดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่ไกลแสนไกล
เนื้อเรื่อง
ทุกค่ำคืน นวลจะออกมานั่งเฝ้ามองคุณพระจันทร์ตั้งแต่เริ่มปรากฏกายจนลับขอบฟ้า เขาหลงใหลในแสงสีเงินยวงอันอ่อนโยนและความสง่างามที่ดูเงียบสงบนั้น เขาเชื่อสุดหัวใจว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องขึ้นไปอยู่เคียงข้างคุณพระจันทร์ให้ได้
ความปรารถนาอันแรงกล้าได้ผลักดันให้นวลพยายามทำทุกวิถีทาง
- เขาปีนขึ้นไปบนกองฟางที่สูงที่สุดในทุ่ง แล้วกระโดดสุดแรงเกิด แต่ร่างของเขาก็กลับตกลงมาบนพื้นหญ้าอันนุ่มนวลดังเดิม
- เขาเดินทางไปจนถึงตีนเขาที่สูงที่สุด แล้วใช้เวลาทั้งคืนปีนป่ายขึ้นไปจนถึงยอด แต่เมื่อไปถึง เขาก็พบว่าคุณพระจันทร์ยังคงอยู่ห่างไกลออกไปเหมือนเคย
- เขาไปขอร้องให้คุณนกอินทรีช่วยพาเขาบินขึ้นไป แต่คุณนกอินทรีก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่มีนกตัวใดในโลกที่บินได้สูงถึงเพียงนั้นหรอกนะ เจ้ากระต่ายน้อย”
ไม่ว่านวลจะพยายามมากเพียงใด เขาก็ไม่เคยเข้าใกล้ดวงจันทร์ได้เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งคืนหนึ่ง ขณะที่เขานั่งมองจันทร์ด้วยหัวใจที่อ่อนล้า คุณลุงเต่าผู้มีปัญญาก็คลานเข้ามาหาแล้วพูดเบาๆ ว่า
“เจ้ากระต่ายน้อยเอ๋ย ความงามบางอย่างในโลกนี้ก็มีไว้เพื่อให้เราได้ชื่นชมและเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่เพื่อให้เราได้ครอบครองเสมอไปหรอกนะ ความสุขที่แท้จริงอาจเป็นการได้มองดูแสงจันทร์จากตรงนี้…จากที่ที่เป็นของเราเอง”
นวลเมื่อได้ฟังดังนั้นก็นิ่งไป เขามองขึ้นไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง และในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าคุณลุงเต่าพูดถูก แม้เขาจะไปไม่ถึง แต่ความงามของดวงจันทร์ก็ได้มอบความสุขและความฝันให้แก่เขาในทุกๆ คืน ซึ่งนั่นก็อาจจะเพียงพอแล้ว
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายหมายจันทร์ นี้สอนให้รู้ว่า “การตั้งความหวังหรือความปรารถนาในสิ่งที่ไกลเกินตัวและเป็นไปไม่ได้ ย่อมนำมาซึ่งความเหนื่อยล้าและความผิดหวัง ความสุขที่แท้จริงอาจเกิดจากการรู้จักประมาณตนและชื่นชมในสิ่งที่ตนมีอยู่”
พุทธภาษิต
“อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา” (อิจฉา โลกัสมิ ทุชชะหา) คำแปล: ความอยากเป็นสิ่งที่ละได้ยากในโลก


