กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว กระต่ายป่าตัวหนึ่งกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าของนกอินทรีผู้หิวโหย มันวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหาที่หลบซ่อนให้รอดพ้นจากกรงเล็บอันแหลมคมของศัตรู
เนื้อเรื่อง
ในขณะที่กำลังวิ่งหนีอยู่นั้นเอง กระต่ายก็ได้เหลือบไปเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ ด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง มันจึงได้วิ่งเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากเหยี่ยว
“ท่านเหยี่ยวผู้สง่างาม!” กระต่ายร้องอ้อนวอน “โปรดช่วยข้าด้วยเถิด! นกอินทรีกำลังจะจับข้าไปกินอยู่แล้ว ขอให้ข้าได้หลบซ่อนอยู่ใต้ปีกของท่านด้วยเถิด”
เหยี่ยวเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า “เจ้าช่างน่าสมเพชเสียจริงนะ”
จากนั้นมันก็พูดต่อไปว่า “เจ้าร้องขอความช่วยเหลือจากข้า ทั้งๆ ที่ข้าเองก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากนกอินทรีเลยแม้แต่น้อย หากนกอินทรีไม่ได้อยู่ที่นี่ เจ้าก็คงจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของข้าไปแล้ว”
พูดจบ เหยี่ยวก็ได้บินโฉบลงไปจับกระต่ายผู้โง่เขลาตัวนั้นกินเป็นอาหารเสียเอง โดยไม่สนใจว่านกอินทรีจะมองอยู่หรือไม่
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง เหยี่ยวกับกระต่ายตื่นตูม นี้สอนให้รู้ว่า “ในยามที่ตื่นตระหนกและสิ้นหวัง อย่าได้ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีสันดานเป็นผู้ล่าเช่นเดียวกับศัตรูของเรา เพราะสุดท้ายแล้วเราก็จะกลายเป็นเหยื่อของเขาอยู่ดี”
พุทธภาษิต
“พาโล อตฺถํ น ชานาติ” (พาโล อัตถัง นะ ชานาติ) คำแปล: คนพาลย่อมไม่รู้จักประโยชน์ (ของผู้ที่ตนควรจะขอความช่วยเหลือ)


