นิทานอีสป เรื่อง เสือกับจระเข้ พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง เสือกับจระเข้ พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ริมฝั่งแม่น้ำในป่าลึก เสือผู้เป็นเจ้าแห่งผืนป่า และจระเข้ผู้เป็นจ้าวแห่งสายน้ำ ได้เผชิญหน้ากันด้วยความหิวโซ ทั้งสองต่างเป็นนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาเขตของตน และไม่เคยมีใครยอมอ่อนข้อให้ใคร

เนื้อเรื่อง

ในวันนั้นเอง ได้มีกวางตัวหนึ่งลงมากินน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำ และโชคร้ายที่มันได้กลายเป็นเป้าหมายของทั้งเสือและจระเข้ในเวลาเดียวกัน

เสือได้กระโจนออกมาจากพงไพรเพื่อที่จะขย้ำกวางจากบนบก ในขณะที่จระเข้ก็ได้พุ่งตัวขึ้นมาจากผิวน้ำเพื่อที่จะลากกวางลงไปใต้น้ำ ทั้งสองเข้าถึงตัวกวางในเวลาพร้อมกันและต่างก็อ้างสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของเหยื่อตัวนั้น

“ข้าเป็นผู้จับมันได้บนบก มันต้องเป็นของข้า!” เสือคำรามก้อง

“ไม่จริง ข้าต่างหากที่จับมันได้ในน้ำ มันต้องเป็นของข้า!” จระเข้เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างเจ้าแห่งป่าและจ้าวแห่งน้ำจึงได้เริ่มต้นขึ้น พวกมันใช้ทั้งกรงเล็บและเขี้ยวอันแหลมคมเข้าต่อสู้กันอย่างไม่คิดชีวิตจนได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยกันทั้งคู่

ในขณะที่เสือและจระเข้กำลังต่อสู้กันอยู่นั้น ก็ได้มีหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เดินผ่านมา มันเห็นนักล่าสองตัวกำลังต่อสู้กันโดยไม่สนใจเหยื่อที่นอนตายอยู่ตรงกลาง ก็เล็งเห็นโอกาสอันดี

หมาจิ้งจอกจึงได้ย่องเข้าไปคาบกวางตัวนั้นแล้ววิ่งหนีหายเข้าไปในป่าอย่างสบายอารมณ์

เสือและจระเข้เมื่อเหนื่อยอ่อนจากการต่อสู้และหันกลับมา ก็พบว่าเหยื่อที่พวกตนต่อสู้กันแทบเป็นแทบตายนั้นได้หายไปเสียแล้ว พวกมันจึงได้แต่แยกย้ายกันไปรักษาบาดแผลของตนเองด้วยความหิวโซและเจ็บใจ

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง เสือกับจระเข้ นี้สอนให้รู้ว่า “การทะเลาะเบาะแว้งกันเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ มีแต่จะนำมาซึ่งความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย และสุดท้ายก็จะเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่รออยู่เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์นั้นไปอย่างง่ายดาย”

พุทธภาษิต

“วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา” (วิวาทัง ภะยะโต ทิสวา) คำแปล: จงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย