กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สรรพสัตว์ทั้งหลายในป่าใหญ่ต่างพากันเฉลิมฉลองและยินดีกับข่าวใหญ่ที่ว่า ดวงอาทิตย์ผู้มอบแสงสว่างและความอบอุ่นให้แก่โลกกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน แต่ท่ามกลางความยินดีนั้น ก็มีเพียงฝูงกบเท่านั้นที่รู้สึกกังวลและไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้
เนื้อเรื่อง
ในขณะที่สัตว์ต่างๆ กำลังโห่ร้องยินดีอยู่นั้นเอง ฝูงกบที่อาศัยอยู่ในหนองน้ำก็ได้พากันส่งเสียงร้องระงมไปทั่วทั้งป่าด้วยความหวาดกลัวและไม่พอใจ
กบชราผู้มีสติปัญญามากที่สุดในหนองน้ำได้ว่ายน้ำขึ้นมาบนใบบัวแล้วกล่าวกับฝูงสัตว์ที่กำลังสงสัยว่า
“พวกท่านทั้งหลาย! พวกท่านกำลังส่งเสียงร้องแสดงความยินดีกับการแต่งงานของดวงอาทิตย์อยู่หรือ?”
สิงโตเจ้าป่าจึงได้ตอบกลับไปว่า “ใช่แล้วท่านผู้เฒ่า! นี่คือเรื่องที่น่ายินดีที่สุด! เราจะได้มีดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นมาอีกหลายดวง โลกของเราก็จะยิ่งสว่างไสวและอบอุ่นยิ่งขึ้นไปอีก”
กบชราจึงได้ส่ายหน้าแล้วตอบกลับไปว่า “พวกท่านช่างมองการณ์ใกล้เสียจริง”
“พวกท่านไม่คิดบ้างหรือว่า… ในเมื่อดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียวยังสามารถทำให้หนองน้ำของพวกข้าร้อนจนเกือบจะแห้งเหือดได้ แล้วถ้าหากดวงอาทิตย์แต่งงานและมีลูกออกมาอีกหลายๆ ดวงล่ะ พวกเราจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร? หนองน้ำของพวกข้าคงจะแห้งเหือดไปจนหมดสิ้น และพวกข้าก็คงจะต้องอดตายกันทั้งหมดเป็นแน่แท้!”
เมื่อฝูงสัตว์ได้ฟังดังนั้นก็พลันได้สติและเริ่มมองเห็นถึงปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง กบประท้วงพระอาทิตย์ นี้สอนให้รู้ว่า “บางครั้งสิ่งที่เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนหนึ่ง อาจจะกลายเป็นเรื่องน่ากังวลและสร้างความเดือดร้อนให้กับอีกคนหนึ่งได้ และก่อนที่จะตื่นตระหนกหรือยินดีไปกับเรื่องใด ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวอย่างรอบด้านเสียก่อน”
พุทธภาษิต
“โยคา เว ชายเต ภูริ” (โยคา เว ชายะเต ภูริ) คำแปล: ปัญญาย่อมเกิดจากการประกอบความเพียร (การพิจารณาไตร่ตรอง)


