ในป่าลึกแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ มีลิงจอมซนตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันชอบปีนป่ายและกระโดดโลดเต้นไปมาตามกิ่งไม้อย่างคึกคะนองโดยไม่เคยรู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่แล้ววันหนึ่งความซุกซนของมันก็ได้นำภัยมาสู่ตัว
เนื้อเรื่อง
วันหนึ่งขณะที่ลิงกำลังกระโดดโหนไปมาระหว่างกิ่งไม้อย่างสนุกสนานนั้นเอง มันก็ได้พลาดท่าและร่วงหล่นลงมายังพื้นดินเบื้องล่างอย่างแรง ทำให้ขาหลังของมันหักและได้รับบาดเจ็บสาหัส
ลิงรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างยิ่ง มันได้แต่ส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ในโพรงไม้ที่มันเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่
ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีค้างคาวตัวหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำใกล้ๆ ได้ยินเสียงร้องของลิง มันจึงได้บินออกมาดูและได้พบกับลิงที่กำลังบาดเจ็บอยู่ ด้วยความสงสาร มันจึงได้แนะนำลิงว่า
“สหายเอ๋ย ข้ารู้จักสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของท่านได้” ค้างคาวกล่าว “มันคือใบของต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นอยู่บนหน้าผาสูงชัน หากท่านนำใบของมันมาตำแล้วพอกไว้ที่แผล อาการของท่านก็จะดีขึ้นในไม่ช้า”
แต่ลิงผู้หยิ่งผยองและไม่เคยเชื่อว่าสัตว์ที่ออกหากินในตอนกลางคืนอย่างค้างคาวจะมีความรู้ดีไปกว่าตนเองได้ กลับหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “เจ้าสัตว์ปีกที่ตาบอดในตอนกลางวันอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร! ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหรอก!”
ว่าแล้วลิงก็พยายามที่จะรักษาตนเองด้วยวิธีการต่างๆ ที่มันคิดขึ้นมาเอง แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ในที่สุดมันก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการบาดเจ็บนั้นต่อไปอีกเป็นเวลานาน
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ค้างคาวกับลิง นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่หยิ่งผยองและปฏิเสธที่จะรับฟังคำแนะนำที่ดีจากผู้อื่นเพียงเพราะอคติและความดูแคลน ย่อมต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาของตนเองต่อไป”
พุทธภาษิต
“สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ” (สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง) คำแปล: ผู้ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา


