กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแพะตัวหนึ่งกำลังปีนป่ายและเล็มหญ้าอย่างสบายใจอยู่บนหน้าผาสูงชัน ในขณะเดียวกันนั้นเอง หมาป่าที่กำลังหิวโซตัวหนึ่งก็ได้เดินผ่านมา เมื่อมันแหงนหน้าขึ้นไปเห็นแพะที่ดูน่าอร่อยอยู่บนหน้าผา มันก็อยากที่จะจับกินเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความสูงชันของหน้าผา ทำให้มันไม่สามารถปีนขึ้นไปจับได้
เนื้อเรื่อง
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถใช้พละกำลังได้ หมาป่าเจ้าเล่ห์จึงได้คิดเปลี่ยนมาใช้อุบายแทน มันแสร้งทำเป็นหวังดีแล้วตะโกนขึ้นไปหาแพะด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า
“สหายแพะเอ๋ย! ท่านปีนขึ้นไปอยู่บนที่สูงเช่นนั้นมันอันตรายยิ่งนัก ระวังจะพลาดตกลงมานะ ลงมาข้างล่างนี่เถิด ทุ่งหญ้าตรงนี้ทั้งเขียวขจีและอ่อนนุ่มกว่าบนหน้าผาตั้งเยอะ”
แพะผู้ชาญฉลาดเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้ทันในกลอุบายของหมาป่าในทันที มันจึงได้ตะโกนตอบกลับลงไปว่า
“ขอบใจในความหวังดีของท่านนะสหายหมาป่า แต่ข้ารู้ดีว่าที่ท่านชวนข้าลงไปข้างล่างนั้น ไม่ใช่เพราะท่านเป็นห่วงในอาหารมื้อเย็นของข้าหรอก แต่ท่านเป็นห่วงในอาหารมื้อเย็นของตัวท่านเองต่างหาก!”
เมื่อหมาป่าได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าแผนการของตนไม่สำเร็จเสียแล้ว จึงได้แต่เดินจากไปด้วยความหิวโซและผิดหวัง
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง หมาป่ากับแพะ นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้มีปัญญาย่อมมองเห็นเจตนาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดอันอ่อนหวานและท่าทีที่เป็นห่วงของผู้ที่หวังร้าย”
พุทธภาษิต
“อมิตฺโต มิตฺตวณฺณิโก” (อะมิตโต มิตตะวัณณิโก) คำแปล: ศัตรูผู้มาในร่างของมิตร


