ในป่าหิมพานต์อันงดงาม มีนกยูงหนุ่มตัวหนึ่งนามว่า “มยุรา” มันเป็นนกยูงที่งดงามที่สุดในป่า ขนของมันมีสีสันสดใสเป็นประกายแวววาว โดยเฉพาะขนหางที่ยาวสลวยและมีแววมยุราประดับอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ มยุราภาคภูมิใจในความงามของตนเองเป็นอย่างยิ่ง และมักจะเดินอวดโฉมไปทั่วป่า ทำให้สัตว์อื่นๆ ต่างพากันชื่นชม แต่ในขณะเดียวกันก็อดหมั่นไส้ในความหยิ่งผยองของมันไม่ได้
เนื้อเรื่อง
อยู่มาวันหนึ่ง เทวดาผู้ดูแลป่าได้ประกาศว่าจะมีการจัดงานประกวด “สุดยอดสัตว์งามแห่งพงไพร” ขึ้น มยุราเมื่อได้ทราบข่าวก็รู้สึกตื่นเต้นและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตำแหน่งผู้ชนะจะต้องตกเป็นของมันอย่างแน่นอน
เมื่อวันประกวดมาถึง สัตว์ต่างๆ ก็ได้มาประชันโฉมกันอย่างมากมาย แต่ก็ไม่มีสัตว์ตัวใดที่จะงดงามโดดเด่นเท่ากับมยุราอีกแล้ว เมื่อถึงเวลาที่มยุราจะต้องแสดงความสามารถ มันก็ได้รำแพนหางของตนเองออกอย่างสง่างาม แผ่สยายขนหางอันสวยงามออกมาเป็นวงพัดขนาดใหญ่ ทำให้เหล่ากรรมการและสัตว์ต่างๆ ที่ได้ชมต่างพากันตกตะลึงในความงามของมัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความงามของมยุรานั้นเอง พญาอินทรีผู้เป็นหนึ่งในกรรมการก็ได้เอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านมยุรา ความงามของท่านนั้นเป็นที่ประจักษ์แล้ว แต่ข้าอยากจะรู้ว่า ท่านจะใช้ความงามของท่านทำประโยชน์อันใดให้กับผืนป่าแห่งนี้ได้บ้าง?”
มยุราเมื่อได้ฟังคำถามก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย มันคิดเพียงแค่ว่าความงามของมันมีไว้เพื่อโอ้อวดและให้ผู้อื่นชื่นชมเท่านั้น มันจึงตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกักว่า “ความงามของข้าก็…ก็เพื่อทำให้ป่าแห่งนี้ดูสดใสและมีชีวิตชีวาอย่างไรเล่า”
คำตอบของมยุราไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับกรรมการเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สัตว์ตัวอื่นๆ ที่เข้าประกวด แม้จะมีความงามไม่เท่ามยุรา แต่กลับสามารถนำเสนอประโยชน์ที่ตนเองสามารถทำเพื่อส่วนรวมได้เป็นอย่างดี เช่น ช้างที่เสนอจะใช้กำลังในการสร้างแหล่งน้ำ หรือผึ้งที่เสนอจะช่วยผสมเกสรให้ดอกไม้ออกผล
ในที่สุด ตำแหน่งผู้ชนะก็ไม่ได้ตกเป็นของมยุราดังที่มันคาดหวังไว้ มยุราเสียใจและอับอายเป็นอย่างยิ่ง มันได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่าในวันนั้นว่า ความงามภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่ได้มีคุณค่าเท่ากับการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นกยูงรำแพน นี้สอนให้รู้ว่า “คุณค่าที่แท้จริงของคนเรา ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การทำความดีและสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นและส่วนรวมด้วย”


