นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับสุนัขจิ้งจอก พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับสุนัขจิ้งจอก พร้อมข้อคิดสอนใจ

ในป่าใหญ่ มีต้นไม้สูงตระหง่านต้นหนึ่งซึ่งเป็นที่พักพิงของสัตว์สองชนิด นกอินทรีได้สร้างรังของมันอยู่บนยอดไม้สูง ส่วนสุนัขจิ้งจอกก็ได้อาศัยอยู่ในโพรงไม้ที่โคนต้น ทั้งสองต่างใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอาณาบริเวณเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่งมิตรภาพของพวกมันก็ต้องถูกทดสอบ

เนื้อเรื่อง

วันหนึ่งขณะที่แม่สุนัขจิ้งจอกกำลังออกไปหาอาหารเพื่อนำมาให้ลูกๆ ของมันที่ยังเล็กและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นกอินทรีซึ่งกำลังหิวโหยก็ได้สบโอกาส มันได้บินลงมาจากรังอย่างรวดเร็วแล้วโฉบเอาลูกสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งขึ้นไปบนรังเพื่อนำไปเป็นอาหารให้แก่ลูกๆ ของมัน

เมื่อแม่สุนัขจิ้งจอกกลับมาถึงโพรงและพบว่าลูกของมันหายไปหนึ่งตัว มันก็เสียใจเป็นอย่างมากและได้เงยหน้าขึ้นไปเห็นลูกของมันกำลังตกอยู่ในอันตรายบนรังของนกอินทรี มันจึงได้ร้องอ้อนวอนขอให้นกอินทรีคืนลูกให้กับมัน แต่ทว่านกอินทรีกลับปฏิเสธอย่างไม่ใยดีและได้ท้าทายสุนัขจิ้งจอกว่า “ถ้าเจ้าแน่จริงก็จงปีนขึ้นมาเอาลูกของเจ้าคืนไปเองสิ”

แม่สุนัขจิ้งจอกรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูงนั้นได้ มันจึงได้คิดหาวิธีที่จะเอาลูกของมันคืนมาให้ได้ และแล้วมันก็ได้เหลือบไปเห็นกองไฟที่นายพรานได้ก่อทิ้งไว้ไม่ไกลนัก มันจึงรีบคาบกิ่งไม้ที่ติดไฟท่อนหนึ่งแล้วนำมาวางไว้ที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ที่นกอินทรีทำรังอยู่

ไม่นานนักไฟก็ได้เริ่มลุกไหม้ต้นไม้และเกิดควันไฟหนาทึบลอยคละคลุ้งขึ้นไปจนถึงรังของนกอินทรี ทำให้ลูกนกอินทรีเริ่มหายใจไม่ออกและสำลักควันไฟ เมื่อนกอินทรีเห็นว่าลูกๆ ของตนกำลังจะตกอยู่ในอันตราย มันก็ตกใจกลัวเป็นอย่างมากจึงได้รีบตะโกนเรียกสุนัขจิ้งจอกและยอมที่จะคืนลูกให้ พร้อมกับขอร้องให้สุนัขจิ้งจอกช่วยดับไฟ

จากนั้นนกอินทรีก็ได้รีบคาบลูกสุนัขจิ้งจอกลงมาคืนให้กับแม่ของมัน และได้ให้สัญญาว่าจะไม่คิดร้ายกับลูกๆ ของสุนัขจิ้งจอกอีกต่อไป

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับสุนัขจิ้งจอก พร้อมข้อคิดสอนใจ นี้สอนให้รู้ว่า “ผู้ที่คิดร้ายหรือทำอันตรายต่อผู้อื่น ย่อมจะได้รับผลร้ายนั้นตอบสนองกลับคืนมาเช่นเดียวกัน”