ในป่าอันกว้างใหญ่ มีสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันเฝ้ามองสิงโตเจ้าป่าผู้ทรงพลังด้วยความชื่นชมและคิดหาวิธีที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก วันหนึ่งมันจึงได้ตัดสินใจเข้าไปเสนอตัวเป็นผู้ช่วยของสิงโตในการล่าเหยื่อ
เนื้อเรื่อง
สุนัขจิ้งจอกได้เสนอแผนการอันชาญฉลาดกับสิงโต โดยมันจะใช้ความเร็วและความฉลาดหลักแหลมของมันในการวิ่งหลอกล่อเหยื่อให้ออกมาจากที่ซ่อน จากนั้นสิงโตผู้ทรงพลังก็จะใช้กำลังเข้าจัดการกับเหยื่อตัวนั้น สิงโตเห็นว่าเป็นแผนการที่ดีจึงได้ตกลงร่วมมือด้วย
นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งสุนัขจิ้งจอกและสิงโตก็ได้ออกล่าเหยื่อด้วยกันทุกวัน ทำให้พวกมันมีอาหารกินอย่างอุดมสมบูรณ์และใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย สุนัขจิ้งจอกได้เฝ้าดูวิธีการจับเหยื่อของสิงโตอยู่ทุกวัน จนมันเริ่มรู้สึกว่าการล่าเหยื่อนั้นเป็นเรื่องง่ายดายและตัวมันเองก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากสิงโต
วันหนึ่ง ด้วยความลำพองใจและทะนงตน สุนัขจิ้งจอกจึงได้เอ่ยปากขอเปลี่ยนหน้าที่กับสิงโต โดยมันได้โอ้อวดว่าตนเองก็มีฝีมือในการล่าเหยื่อไม่แพ้สิงโตเช่นกัน สิงโตได้ฟังดังนั้นก็ตกลงและยอมเปลี่ยนหน้าที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สิงโตจึงได้ไปทำหน้าที่หลอกล่อกระต่ายป่าตัวหนึ่งออกมาจากพงหญ้าให้สุนัขจิ้งจอกเป็นฝ่ายล่า แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ได้มีนายพรานล่าสัตว์คนหนึ่งบังเอิญผ่านมาและได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เมื่อนายพรานเห็นสุนัขจิ้งจอกกำลังจะกระโจนเข้าตะครุบกระต่าย เขาจึงได้ยกหน้าไม้ขึ้นเล็งและยิงออกไปทันที ลูกดอกพุ่งเข้าปักที่กลางลำตัวของสุนัขจิ้งจอกอย่างจัง ทำให้มันล้มลงและถึงแก่ความตายในที่สุด
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับสิงโต นี้สอนให้รู้ว่า “ความทะนงตนในความสามารถของตนเองจนเกินไป และความอวดดีโดยไม่ประเมินตน อาจนำมาซึ่งภัยอันตรายถึงชีวิตได้”


