ในรังบนยอดไม้สูง มีแม่เหยี่ยวและลูกเหยี่ยวอาศัยอยู่ร่วมกัน ลูกเหยี่ยวตัวนี้เป็นที่รักและเป็นความหวังของแม่เป็นอย่างยิ่ง แต่โชคร้ายที่มันเกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหันและอาการก็ทรุดลงเรื่อยๆ ทุกวัน
เนื้อเรื่อง
แม่เหยี่ยวเฝ้าดูแลลูกน้อยของตนอย่างใกล้ชิดด้วยความรักและความเป็นห่วง มันพยายามหาอาหารและยาสมุนไพรต่างๆ มาให้ลูกกิน แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เมื่อเห็นว่าลูกของตนกำลังจะสิ้นใจลงในไม่ช้า ด้วยความสิ้นหวังแม่เหยี่ยวจึงได้บินไปยังวิหารของเทพเจ้าแล้วสวดอ้อนวอนขอพรให้เทพเจ้าช่วยรักษาชีวิตของลูกตนไว้
“โอ้! ท่านเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดเมตตาช่วยรักษาชีวิตลูกของข้าด้วยเถิด หากท่านช่วยให้ลูกของข้าหายดี ข้าจะนำเครื่องเซ่นไหว้มาถวายท่านอย่างมากมาย” แม่เหยี่ยวอ้อนวอนด้วยน้ำตานองหน้า
แต่แล้วก็มีเสียงของเทพเจ้าดังลงมาจากสวรรค์ว่า “สายเกินไปเสียแล้วแม่เหยี่ยวเอ๋ย ตอนที่ลูกของเจ้ายังมีชีวิตอยู่และแข็งแรงดี เจ้ากลับสอนให้มันไปขโมยของจากแท่นบูชาของข้าอยู่เสมอ บัดนี้เมื่อมันกำลังจะตาย เจ้ากลับมาสำนึกผิดและร้องขอความช่วยเหลือจากข้า มันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว”
เมื่อแม่เหยี่ยวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเสียใจและสำนึกผิดในการกระทำของตนเองเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะเมื่อมันบินกลับมาถึงรัง ลูกเหยี่ยวที่รักของมันก็ได้สิ้นใจจากไปเสียแล้ว
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง เหยี่ยวป่วย นี้สอนให้รู้ว่า “การสำนึกผิดเมื่อสายเกินไป ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใด ควรทำความดีและละเว้นจากความชั่วตั้งแต่เมื่อยังมีโอกาส”


