ในป่าใหญ่อันกว้างไพศาล มีไก่ฟ้าแสนสวยตัวหนึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้สูง มันมีขนที่งดงามและมีเสียงร้องที่ไพเราะเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เป็นที่หมายปองของสัตว์นักล่ามากมาย โดยเฉพาะสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่เฝ้ารอโอกาสที่จะได้จับไก่ฟ้าตัวนี้กินเป็นอาหารอยู่ทุกวัน
เนื้อเรื่อง
อยู่มาวันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกได้เดินมาที่ใต้ต้นไม้ที่ไก่ฟ้าอาศัยอยู่แล้วแสร้งทำเป็นชื่นชมและเอ่ยปากชมไก่ฟ้าด้วยคำเยินยอต่างๆ นานา “โอ้! ท่านไก่ฟ้าผู้สง่างาม เสียงของท่านช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก ข้าไม่เคยได้ยินเสียงที่ไพเราะเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต”
ไก่ฟ้าเมื่อได้ยินคำเยินยอก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มและภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง มันจึงหลับตาพริ้มแล้วโก่งคอขันอวดเสียงของตนเองอย่างสุดความสามารถ โดยไม่ได้ทันระวังตัวเลยแม้แต่น้อย สุนัขจิ้งจอกเมื่อเห็นว่าได้โอกาสจึงรีบกระโดดขึ้นไปงับตัวไก่ฟ้าไว้ในปากได้อย่างง่ายดาย
ไก่ฟ้าเมื่อรู้ตัวว่าพลาดท่าเสียทีให้กับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์แล้วก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็ยังคงมีสติและรีบคิดหาอุบายที่จะเอาตัวรอด มันจึงได้พูดกับสุนัขจิ้งจอกว่า “ท่านสุนัขจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนที่ท่านจะกินข้า ข้ามีคำขอสุดท้ายอย่างหนึ่งจะได้หรือไม่ ข้าอยากจะได้ยินเสียงคำรามอันน่าเกรงขามของท่านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ข้าจะตาย”
สุนัขจิ้งจอกเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกหลงระเริงในคำเยินยอและอยากจะอวดพลังของตนเอง มันจึงอ้าปากเพื่อที่จะส่งเสียงคำรามออกมาอย่างสุดเสียง แต่ทันทีที่มันอ้าปาก ไก่ฟ้าก็ได้โอกาสบินหนีออกจากปากของมันและบินกลับขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ได้อย่างปลอดภัย
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ นี้สอนให้รู้ว่า “อย่าหลงเชื่อในคำเยินยอของผู้อื่นจนขาดความระมัดระวัง เพราะคำพูดที่หวานหูอาจเป็นเพียงกลลวงที่นำมาซึ่งอันตรายได้”


