“ลิลิตพระลอ” ได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดแห่งวรรณคดีประเภทลิลิต และเป็นหนึ่งในวรรณคดีโศกนาฏกรรมความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย สันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงอานุภาพอันรุนแรงของ “ความรัก” และ “ความแค้น” ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าสลดใจของสองนคร คือ เมืองสรวง และ เมืองสรอง
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวโศกนาฏกรรมนี้สามารถแบ่งออกเป็นช่วงสำคัญๆ ได้ดังนี้
ปฐมบทแห่งรักและแค้น
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสองเมือง คือ เมืองสรวง และ เมืองสรอง ซึ่งเคยทำสงครามกันจนกษัตริย์แห่งเมืองสรองสิ้นพระชนม์ ทำให้พระเจ้าย่าของ พระเพื่อนพระแพง สองพระธิดาแห่งเมืองสรอง ผูกใจเจ็บและอาฆาตแค้นราชวงศ์แห่งเมืองสรวงเป็นอย่างยิ่ง
แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อกิตติศัพท์ความงามของเจ้าหญิงทั้งสองแห่งเมืองสรอง ได้เลื่องลือไปถึงพระกรรณของ พระลอ กษัตริย์หนุ่มรูปงามแห่งเมืองสรวง ในขณะเดียวกัน ชื่อเสียงด้านรูปโฉมอันงดงามหาที่เปรียบมิได้ของพระลอก็ได้ดังไปถึงเมืองสรองเช่นกัน ทำให้เจ้าหญิงทั้งสองเกิดความรักและลุ่มหลงในพระลออย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะยังไม่เคยพบหน้ากันเลยก็ตาม
มนตราแห่งปู่เจ้าสมิงพราย
พระเพื่อนพระแพงเมื่อตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก ก็ทรงโศกเศร้าจนพระวรกายซูบผอม พระพี่เลี้ยงสองคนคือ นางรื่น และ นางโรย รู้สึกสงสารจึงได้อาสาเดินทางไปหา ปู่เจ้าสมิงพราย ผู้มีเวทมนตร์คาถาแก่กล้า เพื่อขอให้ทำเสน่ห์ให้พระลอเสด็จมาหาเจ้าหญิงทั้งสอง
ปู่เจ้าสมิงพรายจึงได้ทำพิธีและเสก “ไก่แก้ว” ที่มีลักษณะงดงามเป็นพิเศษขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วปล่อยให้เดินทางไปยังเมืองสรวงเพื่อล่อให้พระลอติดตามมา
การเดินทางสู่เมืองสรอง
พระลอเมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นไก่แก้วที่งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ก็ทรงพอพระทัยอย่างยิ่งและปรารถนาที่จะได้มาครอบครอง จึงได้เสด็จออกติดตามไก่แก้วนั้นไป แม้ว่าพระมารดาจะทรงทัดทานและมีลางร้ายบอกเหตุต่างๆ นานา แต่ด้วยมนตราอันแรงกล้าของปู่เจ้าสมิงพราย ทำให้พระลอไม่สามารถต้านทานได้และยังคงติดตามไก่แก้วไปจนล่วงเข้าไปในเขตแดนของเมืองสรอง
โศกนาฏกรรมกลางราชสำนัก
ไก่แก้วได้ล่อพระลอไปจนถึงสวนหลวงของเมืองสรอง ที่นั่นเอง พระลอและพระเพื่อนพระแพงก็ได้พบกันเป็นครั้งแรก และได้ครองรักกันอย่างลับๆ ภายในตำหนักของเจ้าหญิงทั้งสอง โดยมีพระพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ
แต่แล้วความลับก็แตก เมื่อ พระเจ้าย่า ของเจ้าหญิงทั้งสองได้ทรงล่วงรู้เรื่องราวทั้งหมด ด้วยความอาฆาตแค้นที่มีต่อราชวงศ์เมืองสรวง จึงได้ทูลยุยง ท้าวพิชัยพิษณุกร ผู้เป็นพระบิดาของเจ้าหญิง ให้ส่งทหารไปสังหารพระลอเสีย
จุดจบแห่งความรัก
กองทหารได้บุกเข้าไปล้อมตำหนักที่พระลอและเจ้าหญิงทั้งสองประทับอยู่ พระลอได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องคนรัก แต่ก็ไม่อาจต้านทานกองทัพที่มากกว่าได้ พระเพื่อนพระแพงด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อพระลอ จึงได้ตัดสินพระทัยเข้าต่อสู้และยอมตายเคียงข้างพระสวามี
ในที่สุด ทั้งสามพระองค์ก็ได้สิ้นพระชนม์ลงพร้อมกันท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทหาร ร่างของทั้งสามได้ล้มลงทับกันเป็นที่น่าเวทนา โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่ทั้งสองนคร และทำให้ท้าวพิชัยพิษณุกรทรงสำนึกผิดและมีรับสั่งให้ประหารชีวิตพระเจ้าย่าผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
คติสอนใจ
นิทานพื้นบ้าน เรื่อง พระลอ นี้ให้แง่คิดที่ลึกซึ้งและซับซ้อน:
- อำนาจทำลายล้างของความแค้น: ความอาฆาตพยาบาทของพระเจ้าย่าที่ไม่ยอมให้อภัยในอดีต คือต้นเหตุสำคัญที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมทั้งหมด
- อานุภาพของความรัก: ความรักที่รุนแรงและลุ่มหลงของตัวละครเอก สามารถทำให้มนุษย์ยอมทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายได้ ทั้งการเดินทางเสี่ยงอันตรายของพระลอ และการยอมสละชีวิตของพระเพื่อนพระแพง
- ชะตากรรมและกฎแห่งกรรม: เรื่องราวทั้งหมดดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้วด้วยชะตากรรมและความขัดแย้งในอดีต ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของกฎแห่งกรรม
พุทธภาษิต
“น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน” (นะ หิ เวเรนะ เวรานิ สัมมันตีธะ กุทาจะนัง, อะเวเรนะ จะ สัมมันติ เอสะ ธัมโม สะนันตะโน) คำแปล: เวรในโลกนี้ ย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวรเลย แต่ย่อมระงับได้ด้วยการไม่จองเวร นี้เป็นธรรมอันเก่าแก่


