กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ริมบึงแห่งหนึ่ง มีงูและปูคู่หนึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันฉันมิตร ทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมาเป็นเวลานาน แต่ลึกๆ แล้วนิสัยของทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปูมีนิสัยที่ซื่อตรงและจริงใจ ในขณะที่งูนั้นมีนิสัยที่คดเคี้ยวและเจ้าเล่ห์สมกับรูปลักษณ์ของมัน
เนื้อเรื่อง
ปูมักจะปฏิบัติต่องูด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์เสมอ แต่งูนั้นกลับมีจิตใจที่ไม่ซื่อตรงและมักจะคอยหาโอกาสที่จะเอาเปรียบหรือทำร้ายปูอยู่เสมอ แม้ว่าปูจะพยายามตักเตือนและให้โอกาสเพื่อนของตนหลายครั้ง แต่สันดานของงูก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย
จนกระทั่งวันหนึ่ง ความอดทนของปูก็ได้สิ้นสุดลง มันรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สักวันหนึ่งมันก็คงจะต้องตกเป็นเหยื่อของงูเจ้าเล่ห์ตัวนี้อย่างแน่นอน มันจึงได้ตัดสินใจที่จะสั่งสอนบทเรียนให้กับเพื่อนผู้ไม่ซื่อสัตย์
ปูได้รอคอยโอกาสจนกระทั่งงูหลับลงอย่างสนิท มันจึงได้ใช้ก้ามอันแข็งแรงของมันหนีบเข้าไปที่คอของงูอย่างสุดแรงและไม่ปล่อย
งูเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ตกใจและเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง มันพยายามที่จะดิ้นรนเอาชีวิตรอดและพูดกับปูว่า “ปล่อยข้าเถิดสหาย! ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร! เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ?”
ปูจึงได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ข้าคงจะปล่อยเจ้าไป หากทางเดินของเจ้ามันจะตรงเหมือนกับทางเดินของข้าบ้าง”
พูดจบ ปูก็บีบก้ามของมันแน่นขึ้นจนกระทั่งงูสิ้นใจตายในที่สุด
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง งูกับปู นี้สอนให้รู้ว่า “การคบหากับคนพาลผู้มีจิตใจคดเคี้ยวไม่ซื่อตรงนั้น แม้เราจะให้โอกาสและทำดีด้วยเพียงใด แต่สุดท้ายก็อาจจะนำภัยมาสู่ตัวเราได้ในที่สุด บางครั้งการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องตนเอง”
พุทธภาษิต
“ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ” (ทูเร สันโต ปะกาเสนติ) คำแปล: สัตบุรุษ (คนดี) แม้อยู่ไกลก็ปรากฏ, อสัตบุรุษ (คนชั่ว) แม้อยู่ใกล้ก็ไม่ปรากฏ


