ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายหนุ่มสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองมักจะเดินทางเข้าป่าเพื่อไปเก็บสมุนไพรมาขายในเมืองอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่ในป่าลึกเช่นเคย พวกเขาก็ได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะมาทดสอบมิตรภาพของพวกเขาทั้งสอง
เนื้อเรื่อง
ขณะที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังเพลิดเพลินกับการเก็บสมุนไพรอยู่นั้นเอง ก็ได้มีหมีตัวใหญ่ตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของพวกเขาทั้งสอง ด้วยความตกใจและหวาดกลัว ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งปีนต้นไม้เก่งก็ได้รีบวิ่งหนีเอาตัวรอดและปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้สูงในทันที โดยไม่สนใจเพื่อนของตนเองที่อยู่ข้างล่างเลยแม้แต่น้อย
ฝ่ายชายหนุ่มอีกคนหนึ่งซึ่งปีนต้นไม้ไม่เป็น เมื่อเห็นว่าตนเองหนีไม่พ้นแล้วจึงได้นึกถึงคำพูดที่เคยได้ยินมาว่า “หมีไม่กินคนตาย” เขาจึงรีบแกล้งทำเป็นล้มลงนอนนิ่งๆ และกลั้นหายใจเหมือนคนตาย
หมีตัวใหญ่เมื่อเห็นชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่บนพื้นก็เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วใช้จมูกดมไปทั่วร่างกายของเขา เมื่อมันเห็นว่าชายหนุ่มไม่ไหวติงและไม่มีลมหายใจแล้ว มันจึงคิดว่าเขาตายแล้วจริงๆ จึงได้เดินจากไปโดยไม่ทำอันตรายใดๆ
เมื่อหมีจากไปแล้ว ชายหนุ่มที่อยู่บนต้นไม้ก็ได้ปีนลงมาแล้วถามเพื่อนของตนด้วยความอยากรู้ว่า “เมื่อกี้ข้าเห็นหมีมันกระซิบอะไรที่ข้างหูของเจ้า มันพูดว่าอะไรหรือ?”
ชายหนุ่มที่แกล้งตายเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หมีมันบอกข้าว่า อย่าได้คบเพื่อนที่เห็นแก่ตัวและทิ้งกันในยามลำบากเป็นอันขาด”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง นักเดินทางกับหมี นี้สอนให้รู้ว่า “เพื่อนแท้ย่อมไม่ทอดทิ้งกันในยามที่ตกทุกข์ได้ยาก และมิตรภาพที่แท้จริงจะสามารถพิสูจน์ได้ก็ต่อเมื่อต้องเผชิญกับความลำบากร่วมกัน”


