นิทานอีสป เรื่อง ลิงกับเมือง พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง ลิงกับเมือง พร้อมข้อคิดสอนใจ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลิงสองตัวเป็นเพื่อนรักกันอาศัยอยู่ในป่า พวกมันมักจะแอบเข้าไปในเมืองของมนุษย์เพื่อขโมยอาหารและเฝ้ามองดูพฤติกรรมแปลกๆ ของชาวเมืองด้วยความสนใจอยู่เสมอ

เนื้อเรื่อง

วันหนึ่ง ลิงทั้งสองได้แอบเข้าไปในเมืองอีกครั้งและได้เห็นชาวประมงกลุ่มหนึ่งกำลังเหวี่ยงแหจับปลาอยู่ในแม่น้ำ พวกเขาทำงานกันอย่างขะมักเขม้นและสามารถจับปลาขึ้นมาได้เป็นจำนวนมาก

หลังจากที่ชาวประมงได้นำปลาที่จับได้ไปขายในตลาดแล้ว พวกเขาก็ได้ทิ้งแหไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำแล้วกลับบ้านไปพักผ่อน ลิงทั้งสองซึ่งเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาจึงได้ลงมาจากต้นไม้และเข้าไปเล่นกับแหของชาวประมง

ลิงตัวหนึ่งซึ่งมีนิสัยชอบเลียนแบบและอวดดี ได้พูดกับเพื่อนของตนว่า “ดูนะเพื่อน! การหาปลานั้นช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสียนี่กระไร ข้าเองก็ทำได้เหมือนกัน!”

ว่าแล้วมันก็ได้หยิบแหขึ้นมาแล้วพยายามที่จะเหวี่ยงทอดแหลงไปในแม่น้ำเหมือนกับที่มันเคยเห็นชาวประมงทำ แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำมาก่อนและไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง มันจึงเหวี่ยงแหพลาดและทำให้แหพันเข้ากับตัวของมันเอง

ยิ่งมันพยายามที่จะดิ้นรนให้หลุดจากแหมากเท่าไหร่ แหก็ยิ่งรัดตัวมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปในแม่น้ำ

เพื่อนลิงอีกตัวหนึ่งที่ยืนดูอยู่บนฝั่งได้แต่ส่ายหน้าแล้วรำพึงว่า “น่าสมเพชเสียจริงนะเจ้าเพื่อนโง่ ที่พยายามจะเลียนแบบมนุษย์โดยปราศจากความรู้ความเข้าใจ”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง ลิงกับเมือง นี้สอนให้รู้ว่า “การพยายามเลียนแบบผู้อื่นโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงและไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งความพินาศและความเดือดร้อนแก่ตนเอง”

พุทธภาษิต

“อวิชฺชา ปรมํ มลํ” (อะวิชชา ปะระมัง มะลัง) คำแปล: อวิชชา (ความไม่รู้) เป็นมลทินอย่างยิ่ง