กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งต้องการที่จะซื้อลามาไว้ใช้งาน เขาจึงได้เดินทางไปยังตลาดค้าสัตว์เพื่อเลือกลาที่แข็งแรงและมีนิสัยดี เมื่อเขาไปถึงตลาดก็ได้พบกับลาตัวหนึ่งที่ดูมีท่าทางแข็งแรงและน่าจะทำงานได้ดี เขาจึงได้ขออนุญาตเจ้าของเพื่อที่จะนำลากลับไปทดลองใช้งานที่บ้านก่อนหนึ่งวัน
เนื้อเรื่อง
เมื่อชายคนนั้นนำลากลับมาถึงบ้าน เขาก็ได้ปล่อยให้มันเข้าไปอยู่ในคอกรวมกับลาตัวอื่นๆ ที่เขาเลี้ยงไว้อยู่แล้ว ลาตัวใหม่เมื่อถูกปล่อยเข้าไปในคอก มันก็ไม่ได้สนใจที่จะทำความรู้จักกับลาตัวอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย มันเดินสำรวจไปรอบๆ แล้วก็ตรงเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ ลาตัวที่ขี้เกียจและกินจุที่สุดในฝูง
เช้าวันรุ่งขึ้น ชายคนนั้นก็ได้นำลากลับไปคืนเจ้าของที่ตลาดในทันที เจ้าของลารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งจึงได้เอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านทดลองใช้งานมันเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้นเองหรือ? ท่านยังไม่ทันได้รู้เลยว่ามันทำงานหนักและอดทนแค่ไหน”
ชายคนนั้นจึงได้ตอบกลับไปว่า “ข้าไม่จำเป็นต้องทดลองใช้งานมันหรอก ข้าเห็นมันเลือกที่จะไปยืนอยู่ข้างๆ ลาตัวที่ขี้เกียจที่สุดในฝูงของข้า ข้าก็รู้ได้ในทันทีแล้วว่ามันก็คงจะมีนิสัยที่ไม่แตกต่างกัน”
คติสอนใจ
นิทานอีสป เรื่อง ลากับผู้ซื้อ นี้สอนให้รู้ว่า “คนเรามักจะถูกตัดสินจากเพื่อนหรือสังคมที่เราเลือกคบหา”
พุทธภาษิต
“ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ ยาทิสํ จูปเสวติ โสปิ ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส” (ยาทิสัง กุรุเต มิตตัง ยาทิสัง จูปะเสวะติ โสปิ ตาทิสะโก โหติ สะหะวาโส หิ ตาทิโส) คำแปล: คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมมีผล (ต่อความประพฤติ)


