นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายตื่นตูม พร้อมข้อคิดสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายตื่นตูม พร้อมข้อคิดสอนใจ

ในป่าใหญ่อันสงบสุข มีกระต่ายตัวหนึ่งกำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์อยู่ใต้ต้นมะพร้าวริมลำธาร บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเบาๆ และเสียงน้ำไหลริน แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้น ทำให้กระต่ายน้อยตกใจตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

เนื้อเรื่อง

ด้วยความตกใจและไม่ได้ทันได้คิดไตร่ตรอง กระต่ายจึงรีบสรุปเอาเองว่าเสียงที่ได้ยินนั้นคือเสียงแผ่นดินไหวและฟ้าถล่มเป็นแน่แท้ มันจึงรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมกับร้องตะโกนไปตลอดทางว่า “หนีเร็ว! ฟ้าถล่มแล้ว! แผ่นดินไหวแล้ว!”

สัตว์ต่างๆ ที่ได้ยินเสียงร้องของกระต่ายต่างก็พากันตกใจและไม่ได้คิดที่จะสืบหาความจริง พวกมันต่างพากันวิ่งหนีตามกระต่ายไปอย่างอลหม่าน ทำให้ทั้งป่าเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปหมด ฝูงสัตว์วิ่งเหยียบย่ำกันจนได้รับบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

จนกระทั่งฝูงสัตว์ได้วิ่งมาจนถึงหน้าถ้ำของพญาราชสีห์ผู้ชาญฉลาดและทรงอำนาจที่สุดในป่า พญาราชสีห์เมื่อเห็นฝูงสัตว์วิ่งหนีตายกันมาอย่างไม่คิดชีวิตก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ส่งเสียงคำรามก้องเพื่อหยุดฝูงสัตว์เหล่านั้นไว้แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “พวกท่านกำลังวิ่งหนีอะไรกันมา เหตุใดจึงได้ดูตื่นตระหนกกันถึงเพียงนี้?”

กระต่ายตื่นตูมจึงได้เล่าเรื่องราวที่ตนเองได้ประสบพบเจอมาให้พญาราชสีห์ฟังด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ พญาราชสีห์เมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยังไม่ปักใจเชื่อในทันที จึงได้ขอให้กระต่ายพาตนเองไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อพิสูจน์ความจริง

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พญาราชสีห์ก็ได้สำรวจไปรอบๆ และก็พบว่าเสียงดังสนั่นที่กระต่ายได้ยินนั้น แท้จริงแล้วคือเสียงของลูกมะพร้าวที่หล่นลงมาจากต้นแล้วกระทบกับพื้นดินนั่นเอง

พญาราชสีห์จึงได้หันไปสอนกระต่ายและฝูงสัตว์ทั้งหลายว่า “ก่อนที่จะเชื่อสิ่งใดหรือตื่นตระหนกไปกับเรื่องใด ควรจะมีสติและคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ควรที่จะสืบหาความจริงให้แน่ชัด มิฉะนั้นอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายและความเสียหายตามมาได้ ดังเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้”

คติสอนใจ

นิทานอีสป เรื่อง กระต่ายตื่นตูม นี้สอนให้รู้ว่า “เมื่อประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ควรมีสติและพิจารณาสืบหาความจริงให้ถ่องแท้เสียก่อน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อในข่าวลือโดยง่าย เพราะอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและส่วนรวมได้”